PKRU Channel : องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการ "ศาสนากับการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน"

Written by  Read 518 times
Tuesday, 11 December 2018 16:04

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 ณ อาคารอเนกประสงค์เทศบาล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในโอกาสเดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการ "ศาสนากับการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน" โดยมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดี ดร.ราชรถ ปัญญาบุญ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารและบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา (ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม กลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนผู้สืบสานประเพณีถือศีลกินผัก) และประชาชนเข้าร่วม
ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดี กล่าวว่า “สำหรับโครงการศาสนากับการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน ได้รับความร่วมมือระหว่างสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เทศบาลตำบลเชิงทะเล องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล และผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นด้วยเล็งเห็นว่า ศาสนาเป็นสถาบันที่สำคัญของสังคมไทย โดยในอดีตสถาบันศาสนาทำหน้าที่เสมือนเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย ให้มีความสามัคคีปรองดอง อีกทั้งเป็นเสมือนเครื่องหลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียวภายใต้หลักคำสอน ที่มุ่งเน้นให้ทุกคนเป็นคนดี มีคุณธรรม มีเหตุผลและศรัทธาในความถูกต้อง ดังนั้นบุคคลไม่ว่าจะอยู่ในฐานะหรือบทบาทใด จึงควรยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอน ของศาสนาสำหรับใช้ในการดำเนินชีวิตเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการสร้างความเข้มแข็งของสังคมและชุมชน อันเป็นเครื่องมือช่วยขจัดและแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆให้หมดไป สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตได้เลือกจัดโครงการดังกล่าวที่ชุมชนตำบลเชิงทะเล ด้วยเห็นถึงความเป็นชุมชนที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ประชากรมีความหลากหลายทางเชื้อชาติศาสนาและวัฒนธรรม มีการอาศัยอยู่รวมกันด้วยความสันติสุขและความสามัคคี โดยมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้ชุมชนตำบลเชิงทะเลมีความรักความสามัคคีกลมเกลียวภายใต้ความเป็นสังคม พหุวัฒนธรรม และยังคงยึดมั่นในแบบแผนธรรมเนียมประเพณีและพิธีกรรมทางศาสนาที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันโดยมีผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และชาวบ้านเป็นผู้ขับเคลื่อน โดยมหาวิทยาลัย ได้เข้ามามีส่วนร่วมและบูรณาการกับผู้นำศาสนา ช่วยส่งเสริมให้ประชาชน ตลอดจนเยาวชน ในท้องถิ่นมีความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญในหลักธรรมคำสอนทางศาสนา และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมความสามัคคีระหว่างผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน นักเรียน เยาวชนและประชาชน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในด้านหลักธรรมคำสอนทางศาสนา นำไปสู่การสร้างเครือข่ายชุมชนและองค์กรศาสนากับการพัฒนาสังคม และชุมชนต่อไป”