วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเป็นสาขาวิชาที่สามารถทำให้เข้าใจถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างดี และยังเข้าใจถึงการป้องกันการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก โดยมีเป้าหมายคือการให้ความรู้ ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ซึ่งในสภาวะปัจจุบัน การเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ได้สร้างปัญหามลภาวะและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ การผลิตบุคลากรทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยบุคลการเหล่านี้จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีความสามารถและพร้อมที่จะเข้าไปปฏิบัติงานได้ทันที นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาตนเองให้เข้ากับลักษณะงาน ทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ เพื่อรักษาทรัพยากรให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืน
ในปัจจุบันปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบในระดับท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงระดับสากลอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งในระดับภูมิภาค ระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งมีการพัฒนาให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต 4 ปี (พ.ศ. 2557 - 2560) ที่มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ บนพื้นฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยังคงมีร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต (พ.ศ. 2561 – 2564) ที่ยังคงมีวิสัยทัศน์ในการทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองนานาชาติ ต้นแบบจังหวัดที่พัฒนาแล้วของประเทศไทยอีกด้วย จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า ซึ่งสืบทอดกันมายาวนาน แต่จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วของจังหวัดภูเก็ต ทั้งในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และจำนวนนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งการเคลื่อนย้ายประชากรต่างถิ่นและแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งก่อให้เกิดเป็นปัญหาด้านต่าง ๆ อันได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในส่วนของการเจริญเติบโต ของเมือง ชุมชน และการขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยว ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะฤดูการท่องเที่ยว รวมไปถึงปัญหาสำคัญที่เกี่ยวเนื่องมาจากภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น ปัญหาขยะมูลฝอยและน้ำเสียจากชุมชนและการท่องเที่ยว ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ในส่วนของป่าสงวน ป่าชายเลน และชายหาด เพื่อการก่อสร้างโรงแรม ที่พักอาศัย และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การขาดแคลนบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเชิงปริมาณและคุณภาพในระดับท้องถิ่น ส่งผลให้ชุมชนมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างไร้ทิศทางและไม่รู้คุณค่า นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง
การเปิดสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จึงเป็นการผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่นที่มีคุณภาพ พร้อมนำเอาองค์ความรู้ที่ได้จากหลักสูตรนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืน อีกทั้งหลักสูตรนี้ยังสอดคล้องและรองรับกับแผนการพัฒนาประเทศไทยในส่วนของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)
ในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (ยุทธศาสตร์ที่ 4-5) ที่มุ่งเน้นในเรื่องการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมไปถึงแผนบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น และร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต (พ.ศ. 2561 – 2564) อีกด้วย ดังนั้นสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องและรองรับกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งแผนการพัฒนาประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป