ประวัติมหาวิทยาลัย

“มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต” เดิมชื่อว่า “วิทยาลัยครูภูเก็ต” เกิดขึ้นจากการที่กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการจัดตั้งวิทยาลัยครู ในส่วนภูมิภาคเพิ่มอีก 3 แห่ง เพื่อให้การผลิตครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (2515-2519) ในส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา วิทยาลัยครูภูเก็ตเป็นวิทยาลัยครูแห่งหนึ่งของโครงการนี้

วิทยาลัยครูภูเก็ตได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2514 ซึ่งตรงกับวันเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี การครองราชย์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งวิทยาลัยครูภูเก็ตเมื่อ วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2514 มีนายฉลอง ภิรมย์รัตน์ เป็นผู้อำนวยการ

ปีการศึกษา 2518 ได้รับยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูตาม พ.ร.บ.วิทยาลัยครู พุทธศักราช 2518 โดยมี นายฉลอง ภิรมย์รัตน์ เป็นอธิการคนแรก

14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามวิทยาลัยครูใหม่ว่า “สถาบันราชภัฏ” วิทยาลัยครูภูเก็ตจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถาบันราชภัฏภูเก็ต” แต่โดยนิตินัยไม่สามารถจะใช้ชื่อดังกล่าวได้เพราะยังอยู่ ภายใต้ พ.ร.บ.วิทยาลัยครู ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้แทน พ.ร.บ.วิทยาลัยครู ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่าน พ.ร.บ.สถาบันราชภัฏ ในวันที่ 7 ธันวาคม 2537 และวุฒิสมาชิกได้ผ่านความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ ทรงลงพระปรมาภิไธย ในวันที่ 19 มกราคม 2538 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2538 ทำให้ พ.ร.บ.สถาบันราชภัฏมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2538

และเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2547 พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 23 ก และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2547 ทำให้สถาบันราชภัฏทั่วประเทศ เปลี่ยนสถานภาพเป็น มหาวิทยาลัย เป็นนิติบุคคล และมีอิสระคล่องตัวในการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏจะเป็นแหล่งความรู้และที่พึ่งของท้องถิ่นรวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการศึกษาของประเทศ มีพันธกิจหลักในการสร้างโอกาสทางการศึกษา สร้างระบบการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสร้างองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น