วันอาทิตย์, 04 กันยายน 2559 09:12

บูรณาการเรียนรู้ ฝึกไอเดีย นศ. 2 ประเทศ สร้าง “โคกไครโมเดล” รีโนเวทสิ่งแวดล้อมชุมชน ยกเครื่องท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

Written by
Rate this item
(1 Vote)
kok krai community tourism
 
ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งจากปัจจัยทางธรรมชาติ และน้ำมือของมนุษย์ เมื่อทั้งสองเหตุเกิดขึ้นพร้อมกัน “สภาวะวิกฤติ” จึงเกิดขึ้น ปัญหาขยะล้น น้ำเสีย ส่งผลต่อระบบนิเวศวิทยาทั้งทางทะเล และบนบก ชุมชนบ้านโคกไคร อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ประสบปัญหาดังกล่าวเช่นกัน จากสภาพเดิมที่ชุมชนห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ มีทรัพยากรทางทะเล ร่วมด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเสมอมา แต่เมื่อสิ่งแวดล้อมย่ำแย่ลง แน่นอนว่าเกิดผลกระทบในวงกว้างทั้งชุมชน จากปัญหาดังกล่าว มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และมหาวิทยาลัยอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เห็นพ้องต้องกันในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชุมชน จึงเกิดเป็นโครงการ “ค่ายนานาชาติเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8
 
kok krai community tourism 1
 
kok krai community tourism 2
 
kok krai community tourism 12
 
ชุมชนบ้านโคกไคร
 
ผศ.ดร.สายธาร ทองพร้อม ผู้รับผิดชอบโครงการค่ายนานาชาติฯ เล่าถึงแนวคิดในการจัดโครงการว่า “นอกจากความต้องการในการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนแล้ว ค่ายแห่งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของภูเก็ต และอิบารากิ เพื่อศึกษาวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาและการจัดการสิ่งแวดล้อมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษาไทย-ญี่ปุ่น และชาวชุมชน โดยเฉพาะในส่วนของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ได้นำหลักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร สื่อสารสนเทศ การท่องเที่ยว ภาษาอังกฤษ ฯลฯ ร่วมกับ ม.อิบารากิ ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์รวมกัน นำไปสู่การจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์สู่ชุมชน โดยที่ผ่านมาบุคลากรทั้งหมดได้ลงพื้นที่ชุมชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสำรวจสภาพความต้องการ นอกจากประโยชน์ที่ชุมชนบ้านโคกไครจะได้รับแล้ว ยังเป็นเสมือนห้องเรียนนอกสถานที่ให้นักศึกษาได้ใช้ความรู้ลงสู่ภาคปฏิบัติ” 
 
kok krai community tourism 20
 
ชุมชนบ้านโคกไคร
  
ผศ.สุทิพย์ จีนาวุธ ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ม.ราชภัฏภูเก็ต เป็นมหาวิทยาลัยแห่งอันดามัน ที่บูรณาการการเรียนการสอน การวิจัย และการจัดโครงการร่วมกับชุมชน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดที่ชุมชนจะได้รับทั้งด้านสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และศิลปวัฒนธรรม ด้วยพันธกิจดังกล่าว มหาวิทยาลัยได้มีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นแบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มาทำงานร่วมกับชุมชนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของมหาวิทยาลัย จึงไม่แปลกที่บ้านโคกไครตอนนี้ได้กลายสภาพเป็นหมุดหมายแห่งการเดินทางท่องเที่ยวแนว Eco เป็นชุมชนที่ประชากรมีความสุขจากชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากรายได้ในการให้บริการนักท่องเที่ยว และจำหน่ายสินค้า OTOP พัฒนาการที่ดีขึ้นเหล่านี้มหาวิทยาลัยเป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงในการสนับสนุน ด้วยมันสมอง แรงกาย และแรงใจ ต้องขอให้เครดิตกับชาวชุมชนโคกไครทุกคน ที่มอบเวทีบ่มเพาะบุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยให้แกร่งกล้าในทักษะด้านการบริการชุมชน”  
 
kok krai community tourism 15
 
kok krai community tourism 5
  
Associate Professor Tamura Makoto จาก ม.อิบารากิ เปิดเผยถึงที่สาเหตุในการร่วมงานกันกว่า 8 ปี ว่า “เหตุผลที่อิบารากิยังคงให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมร่วมกับ ม.ราชภัฏภูเก็ต เนื่องจากมีอุดมการณ์เดียวกัน ที่จะใช้ความรู้ หลักการ และไอเดียของนักศึกษา เพื่อการพัฒนาชุมชนโดยเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม มีความสำคัญในทุกมิติ และเป็นตัวชี้วัดความสุขของชุมชน ทุกปี ม.อิบารากิ จะนำนักศึกษามาร่วมทำกิจกรรม เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนวิชาสิ่งแวดล้อมศึกษา ด้วยบริบทที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ต้องลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อประเมิน และบริหารจัดการในประเด็นต่างๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรมและสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางบวก ได้แก่ การจัดการขยะ (Waste Management) การเตรียมการป้องกันภัยพิบัติ (Disaster Preparedness) การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP Product) และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-Tourism)”
 
kok krai community tourism 13
 
kok krai community tourism 6
 
ด้าน นายสมพร สาระการ ผู้ประสานงานกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร เล่าถึงความก้าวหน้าของชุมชนหลังจากการลงพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ว่า “ตลอดระยะหลายปีที่ชุมชนมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับอาจารย์และนักศึกษา สิ่งที่ต้องขอชื่นชมคือความมุ่งมั่นตั้งใจ ทำจริง และทำต่อเนื่อง ไอเดียบรรเจิด และแผนการจัดการต่างๆ กลั่นออกมาจากมันสมองของคนรุ่นใหม่ บนพื้นฐานของทรัพยากรและศักยภาพที่มีอยู่ในชุมชน ได้แก่ การออกแบบถังแยกขยะชุมชน การจัดทำแผนซ้อมหนีภัยสึนามิ การดีไซน์ฉลากและบรรจุภัณฑ์สินค้า OTOP การจัดทำสื่อวีดีโอประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชน การจัดแพคแกจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ‘ปั่น พาย ป่าย ปีน’ ซึ่งสามารถดึงจุดเด่น จุดขาย ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ส่งผลให้ชุมชนนำไปใช้จำหน่ายกับบริษัททัวร์จนประสบความสำเร็จสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับกลุ่มท่องเที่ยวฯ ทำให้ตอนนี้การดำเนินงานด้านต่างๆ ของโคกไคร ได้รับความเชื่อถือและการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น”  
 
kok krai community tourism 21
 
kok krai community tourism 7
  
ในส่วนของ นายรุ่งเกียรติ ฉัตรธนาภรณ์ นักศึกษา ม.ราชภัฏภูเก็ต บอกความรู้สึกว่า “สิ่งสำคัญที่ได้รับจากการเข้าค่ายฯ คือ ประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับเพื่อนนักศึกษาต่างประเทศ ทำให้เราได้เรียนรู้และซึมซับวิธีการทำงานของชาวญี่ปุ่น ที่เต็มร้อยกับการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ และการวางแผนที่ดี สำหรับตนเองดีใจที่สามารถนำทักษะภาษาอังกฤษ มาช่วยในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งมีโอกาสได้ทำงานเพื่อเป้าหมายในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นแก่ชุมชนบ้านโคกไคร”
 
kok krai community tourism 22
 
kok krai community tourism 8
  
Mr.Kino Yusuke นักศึกษา ม.อิบารากิ กล่าวถึงความประทับใจว่า “หลงใหลเสน่ห์ของบ้านโคกไคร ที่สวยงามทั้งทรัพยากรธรรมชาติ อาหารอร่อย และชาวบ้านอัธยาศัยดี ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมกับโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อม และยกระดับให้เป็นวาระสำคัญของชุมชน ที่ทุกฝ่ายต้องตระหนัก เข้าใจ และลงมือกระทำ ขอบคุณชุมชนบ้านโคกไครสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอบคุณ ม.ราชภัฏภูเก็ต ที่จัดกิจกรรมดีๆ ให้นักศึกษาจากญี่ปุ่นได้แสดงความสามารถด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม”
 
ชุมชนบ้านโคกไคร
 
kok krai community tourism 10  
การทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยสองสัญชาติ และชาวบ้านตำบลโคกไคร เป็นการแสดงบทบาทผู้ให้บริการวิชาการที่เป็นจุดเด่นของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ตลอดจนเป็นเวทีบ่มเพาะนักศึกษาสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพ เป็นความหวังให้กับท้องถิ่น นอกจากบทบาท “ผู้ให้” ที่ชัดเจนแล้วยังต้องขอบคุณการสนับสนุนของชุมชนบ้านโคกไครที่ได้เปิดมุมมองแห่งความเป็นจริง เพราะป่าไม้ ท้องทะเล และความรุ่มรวยทางภูมิปัญญาของชาวบ้าน เป็นสิ่งที่นักศึกษาไม่สามารถหาได้จากหนังสือเล่มใดๆ และในส่วนของวิทยาการความรู้ในศาสตร์ต่างๆ รวมถึงไอเดียของคนรุ่นใหม่ที่เท่าทันความเคลื่อนไหวของโลก ล้วนเป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องการให้มาเติมเต็ม หากวัฒนธรรมการทำงาน “น้ำพึ่งเรือเสื่อพึ่งป่า” เช่นนี้ เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในสังคม วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้จะลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น และช่องว่างในสังคมจะหมดลงไป   
 
kok krai community tourism 11
 
kok krai community tourism 14
 
kok krai community tourism 16
 
kok krai community tourism 17
 
kok krai community tourism 18
 
kok krai community tourism 19
 
kok krai community tourism 23
 
kok krai community tourism 24
 
Content & Pics by งานประชาสัมพันธ์ ม.ราชภัฏภูเก็ต(PR PKRU) 
 
ติดตาม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้ทาง W: www.pkru.ac.th E: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. F: facebook.com/pkrupageT: 076 211 959
Read 1308 times Last modified on วันอาทิตย์, 04 กันยายน 2559 15:59