วันอังคาร, 12 เมษายน 2559 12:12

ทีมนักวิจัย ม.ราชภัฏภูเก็ต คลังสมองเบื้องหลังความสำเร็จ Phuket : City of Gastronomy

Written by
Rate this item
(3 votes)
Phuket City of Gastronomy logo
“กินดี อยู่ดี มีจิตงาม” ...ที่ภูเก็ต Good Food, Good Health, Good Spirit …in Phuket สโลแกนข้างต้น เทศบาลนครภูเก็ตใช้สำหรับนำเสนอต่อ UNESCO บ่งบอกถึงรากเหง้าของวัฒนธรรมการกิน ที่เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ของภูเก็ต ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา นอกจาก ความงดงามของหาดทรายและน้ำทะเลที่เป็นตัวชูโรงดึงดูดนักท่องเที่ยว ก็ยังมี ตำรับอาหารท้องถิ่นภูเก็ตนานาชนิด ที่รอเสิร์ฟให้ผู้คนได้ลองลิ้มชิมรส เป็นเครื่องชูรสชั้นเลิศช่วยเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวบนเกาะแห่งนี้
 
Phuket City of Gastronomy research team
 
แถวบน (จากซ้าย-ขวา) ดร.อดุล นาคะโร  ดร.อมรรัตน นาคะโร  อาจารย์เบญจพร พงษ์นริศร
แถวล่าง (จากซ้าย-ขวา) อาจารย์ดนัยศักดิ์ กาโร อาจารย์แสงระวี เสนาวงศ์วิวัฒน์ ดร.เพียงเพ็ญ ณ พัทลุง
 
จากความพยายามเป็นเวลาหลายปี ของหน่วยงานราชการหลายภาคส่วน ที่ร่วมกันผลักดันให้ภูเก็ต ประกาศศักดาความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของโลก จนกระทั่งปีเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2558 UNESCO ประกาศอย่างเป็นทางการให้ นครภูเก็ต เป็น City of Gastronomy เมืองแรกของประเทศไทย และเมืองแรกของภูมิภาคอาเซียน นอกจากเทศบาลนครภูเก็ต ในฐานะของแม่งานหลักของโครงการ ยังมีกลุ่มคณาจารย์ นักวิชาการ ที่ประกอบด้วย ดร.อดุล นาคะโร อาจารย์แสงระวี เสนาวงศ์วิวัฒน์ อาจารย์เบญจพร พงษ์นริศร อาจารย์ดนัยศักดิ์ กาโร ดร.เพียงเพ็ญ ณ พัทลุง และ ดร.อมรรัตน นาคะโร จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต รวมทั้งผศ.ปราณี สกุลพิพัฒน์ และ รศ.สมชาย สกุลทัพ อาจารย์เกษียณของมหาวิทยาลัย และนักปราชญ์ท้องถิ่นภูเก็ต ได้แก่ อาจารย์ฤดี ภูมิภูถาวร อาจารย์วลีรัตน์ ไชยสิน อาจารย์สุพิศ ตันสุธัญลักษณ์ อาจารย์วลีรัตน์ ไชยสิน และ นายแพทย์โกศล แตงอุทัย ซึ่งรับหน้าที่จัดทำโครงการวิจัยนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการต่อ UNESCO จนเป็นที่มาของความสำเร็จดังกล่าว
 
Phuket City of Gastronomy
 
Phuket City of Gastronomy1
 
ดร.อมรรัตน นาคะโร ในฐานะเลขานุการ โครงการวิจัยผลักดันภูเก็ตให้เป็นเมืองสร้างสรรค์วัฒนธรรมด้านอาหารของ UNESCO เผยว่า “บทบาทและหน้าที่ของทีมนักวิจัยของเรา ที่ทำงานร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต และสมาคมเพอรานากัน ได้แก่ 1. ศึกษารวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ และกำหนดองค์ประกอบที่สำคัญในการนำเสนอเอกสารการสมัคร พร้อมทั้งข้อมูลประกอบ ให้ภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์วัฒนธรรมด้านอาหารของ UNESCO 2. ศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบและวิธีการจัดการเมืองเครือข่ายวัฒนธรรมสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO แห่งอื่นๆ กับเมืองภูเก็ต โดยวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย อุปสรรค และโอกาสในการพัฒนาอย่างรอบด้าน และ 3.จัดทำเว็บไซต์ ของโครงการ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นงานวิจัยที่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย อีกทั้งมีความเกี่ยวข้องกับบริบททางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒธรรม และการท่องเที่ยว แต่ด้วยจุดแข็งของอาหารภูเก็ต ที่มีภาพจำที่ชัดเจน ว่าเป็นอาหารแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของชุมชน ตั้งแต่เยาวชน จนถึงผู้สูงอายุ แถมยังสามารถสร้างสรรค์ให้แขกผู้มาเยือนจากทั่วโลก มีความสนใจ และเดินทางมารับประทานอาหารภูเก็ต ทีมงานทุกคนจึงใช้ทักษะเชิงวิชาการในการจัดทำข้อมูลที่สมบูรณ์และมีความชัดเจนมากที่สุด เพื่อนำเสนอต่อ UNESCO จนประสบผลสำเร็จได้รับการรับรองในที่สุด  
 
“ด้วยความเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้บริการวิชาการแก่ท้องถิ่นภูเก็ต นอกจากงานวิจัยที่ทีมคณาจารย์ได้ร่วมกันจัดทำแล้ว เรายังมีองค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญหลากหลายด้าน เช่น การสร้างศูนย์การเรียนรู้ การสร้างสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะภาษาอังกฤษ คหกรรมศาสตร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งศาสตร์เหล่านี้ มหาวิทยาลัยได้นำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมของนักศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ โดยใช้เรื่องราวความน่าสนใจของความสร้างสรรค์ด้านอาหารของภูเก็ต นำมาต่อยอดพัฒนาในมิติของการศึกษา เผยแพร่สู่ท้องถิ่น เนื่องจากภารกิจสำคัญของโปรเจ็คท์ City of Gastronomy ไม่ได้สิ้นสุดเพียงการรับรองจาก UNESCO แต่เป็นการใช้โอกาสในครั้งนี้ สร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนในภูเก็ตทุกคน ตระหนักถึงคุณค่าของอาหารในเมืองของตน ว่ามีความสำคัญในหลากหลายมิติ และเป็นสมบัติที่ล้ำค่า ควรหวงแหน อนุรักษ์ไว้ และนำจุดเด่นเหล่านั้นมาต่อยอด สร้างสรรค์ให้เป็นเทรนด์สำหรับการสร้างอุตสาหกรรมด้านอาหาร เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ที่ยึดโยงกับวิถีชีวิตและเสน่ห์ความเป็นภูเก็ตต่อไป” เลขานุการ ทีมนักวิจัย เผย  
Read 3599 times Last modified on วันอังคาร, 12 เมษายน 2559 13:18