เมนู

PKRU Leader Vision - เรียนศึกษาต่อภาคใต้ ภูเก็ต

PKRU Leader Vision : ผศ.ดร.ดวงรัตน์ โกยกิจเจริญ กับการสร้างสรรค์ผลงานบริการวิชาการจากท้องถิ่นสู่เวทีสากล

 
2
 
ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม และยุคแห่งการแข่งขันที่สูงขึ้น ท้องถิ่นและชุมชนที่ห่างไกลจากความเป็นเมืองย่อมได้รับผลกระทบในด้านชีวิตความเป็นอยู่ ม.ราชภัฏภูเก็ต ได้ให้ความสำคัญและกำหนดนโยบายการดำเนินงานเชิงรุกในโครงการ “บูรณาการพันธกิจสัมพันธ์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น” โดยระดมสรรพกำลังนักวิจัยและนักพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญนำศาสตร์ความรู้ลงไปร่วมกับชาวบ้านใน 3 จว. อันดามัน ยกระดับของดีในชุมชนเพื่อขยายโอกาสสู่เวทีการค้าที่ใหญ่ขึ้น 
 
1
 
คอลัมน์ PKRU Leader Vision ขอพาผู้อ่านไปเจาะลึกกระบวนการในการดำเนินงานที่แม้ว่าจะอยู่ในเฟสแรกๆ แต่ก็สามารถมีรูปแบบการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ซึ่งเกิดจากแม่ทัพผู้เป็นนักวางแผนและดำเนินงานอย่างเป็นระบบ “ผศ.ดร.ดวงรัตน์ โกยกิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและวิจัย” ซึ่งจะมาเผยถึงวิธีการ ผลงาน และทิศทางในอนาคตผ่านบทสัมภาษณ์ต่อจากนี้
 
 
 
กระบวนการที่มหาวิทยาลัยสำรวจปัญหาและความต้องการของท้องถิ่น ?
 
ในการสำรวจความต้องการหรือปัญหาของท้องถิ่นนั้น เราจะยึดนโยบายและแผนงานของหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดภูเก็ตเป็นหลัก ซึ่งได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในการวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละพื้นที่ ซึ่งในการดำเนินงานนั้นได้ทำการจัดตั้งทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชาวบ้านกลุ่มเป้าหมาย โดยยึดถือการตอบโจทย์ความต้องการและเติมส่วนที่เค้าขาดเป็นหลัก ดังนั้นกล่าวได้ว่าการได้มาซึ่งปัญหาของชาวบ้านอย่างลงลึกเป็น Keyword สำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานด้านบริการวิชาการเพื่อท้องถิ่น 
 
rdi meeting nov 2019
 
 
 
เมื่อได้มาซึ่งปัญหาแล้ว มีวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรสู่การบริการวิชาการอย่างไร ?
 
หลังจากที่เราได้ทราบถึงความต้องการและปัญหาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่มหาลัยได้ดำเนินงานต่อคือการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในมหาลัยในทุกคณะในทุกศูนย์สำนักต่างๆ เราจะมีการมาพูดคุยกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้เราควรนำองค์ความรู้อะไรเข้าไปใช้ ดังนั้นทรัพยากรบุคคลของเรา อาจารย์ในคณะต่างๆ จะถูกแบ่งงานกัน รวมถึงในเรื่องของงบประมาณเรามีการจัดสรรงบประมาณตามความเหมาะสมให้กับโครงการต่างๆ ที่จะต้องลงในพื้นที่ในเขตรับผิดชอบด้วย ตรงนี้ก็จะเป็นการกระจายในเรื่องของการช่วยเหลือ การร่วมมือกันของการทำงานทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ของท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
 
เมื่อได้ทีมงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว มีเทคนิคหรือวิธีการที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐ/เอกชน รวมถึงชุมชนอย่างไร ? 
 
ในประเด็นของความร่วมมือกันในการดำเนินงาน เรามองว่าทุกภาคส่วนสามารถที่จะร่วมกันเพื่อให้ท้องถิ่นเกิดความยั่งยืนได้ ดังนั้นหากเราดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว การพัฒนาทั้งหมดอาจจะไม่สมบูรณ์ เราจึงใช้วิธีการสร้างเครือข่ายของหน่วยงานราชการที่มีบทบาทการพัฒนาท้องถิ่น เช่น เกษตรจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด สนง.ท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง สนง.พัฒนาชุมชน ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเราสร้างความร่วมมือกันทั้งหมด เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีฐานข้อมูลและมีความถนัดในเชิงพื้นที่ นอกจากภาครัฐแล้วก็จะเป็นภาคเอกชนของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นประชารัฐรักสามัคคี หรือสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีความพร้อม ทั้งหมดเราร่วมมือกันตั้งแต่กระบวนการคิดสร้างสรรค์สู่แนวทางวางแผนและลงมือปฏิบัติ ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานโครงการบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน
 
 
 
ผลงานโครงการบูรณาการพันธกิจสัมพันธ์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ?
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต ประกอบไปด้วย 5 คณะ และ 1 วิทยาลัย ซึ่งทั้ง 6 หน่วยงานมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์แต่ละอย่างที่มีความแตกต่างกัน อย่างคณะวิทยาศาสตร์เราจะมีสาขาวิชาเคมีที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นเรายังมีศูนย์ทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และคลินิกเทคโนโลยี ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการให้ประโยชน์แก่ท้องถิ่นสามารถนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ได้ในชุมชน ซึ่งตรงนี้เป็นความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ที่สามารถช่วยในการพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่และเห็นผลเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นแล้วเราจะมีคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ช่วยในเรื่องของการสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดในท้องถิ่นมีการใช้ศิลปกรรม มีศาสตร์ด้านทัศนศิลป์ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมการออกแบบ ศาสตร์เหล่านี้ช่วยในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชนท้องถิ่นได้ นอกจากนั้นแล้วเรายังมีคณะวิทยาการจัดการช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการ การทำการตลาด การพัฒนาต่อยอดในเรื่องของการขายการสร้างรายได้ให้กับชุมชน มีวิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติ ช่วยในเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนและเชิงวัฒนธรรม ซึ่งคณะเทคโนโลยีการเกษตรมีองค์ความรู้มากมายทั้งด้านการเกษตร ด้านการประมง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือเทคโนโลยีการอาหาร เป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดีต่อการพัฒนาท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคณะครุศาสตร์ถือว่าเป็นคณะหลักที่ร่วมมือกับโรงเรียนในท้องถิ่นดูแลในเรื่องของการผลิตและพัฒนาครูและพัฒนาการเรียนรู้อ่านออกเขียนได้ ซึ่งเป็นฐานรากของการศึกษาในท้องถิ่น 
 
ผลงานพัฒนาท้องถิ่นที่โดดเด่นเป็นรูปธรรม ?
 
สำหรับการพัฒนาท้องถิ่นหรือพัฒนาชุมชน เรามีการดำเนินงานทั้งช่วยสร้างรายได้ลดรายจ่าย และมีการพัฒนาต่อยอดสร้างจุดขายจุดแข็งให้ผลิตภัณฑ์ของชุมชน รวมถึงมองถึงโอกาสในการก้าวผ่านการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำเสนอเพียงแค่ในชุมชน แต่เราอยากที่จะให้ผลงานได้รับโอกาสในเวทีระดับชาติ จึงได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์กลุ่มผ้า และได้มีการดำเนินการใน 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ผ้า 3 ชนิด 1.คือผ้าบาติก 2. คือผ้าทอทุ่งทะเลของจังหวัดกระบี่ เป็นลักษณ์ผ้าลายผ้าขาวม้า และ 3.คือผ้าซาโอริ เป็นผ้าของจังหวัดพังงา ซึ่งทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ผ้านี่ อาจารย์จากราชภัฏของเราได้เข้าไปช่วยพัฒนาทั้งลวดลาย ทั้งแพ็คเกจ นอกจากนั้นเรายังมีการดึงดีไซน์เนอร์ระดับประเทศมาช่วยในการออกแบบดีไซน์ผ้าให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สามารถที่จะออกไปเดินบนเวทีใดๆได้อย่างเต็มภาคภูมิ การพัฒนาต่อยอดดังกล่าวนำไปสู่การนำเสนอลวดลายผ้าของอันดามันบนแฟชั่นโชว์ที่ ELLE Fashion Week 2019 ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าท้องถิ่นไข่มุกอันดามันสู่สากล โดย ม.ราชภัฏภูเก็ต สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกันในการนำองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นอันดามันในเรื่องผ้าบาติกและผ้าท้องถิ่นอื่นๆ ดั้งเดิมของชุมชน/กลุ่มที่มีความโดดเด่นในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ทั้งสิ้น 4 ชุมชน ได้แก่ รักษ์บาติก จังหวัดภูเก็ต ผ้าทอซาโอริ จังหวัดพังงา ผ้าทอทุ่งทะเล จังหวัดกระบี่ และ ไฑบาติก จังหวัดกระบี่ กับ แบรนด์ WISHARAWISH จนเกิดเป็นคอลเลกชั่น WISHARAWISH Presented by PKRU ณ งาน ELLE Fashion Week 2019 เพื่อเป็นการประกาศให้คนทั้งประเทศได้รับทราบว่าผ้าของอันดามันมีเอกลักษณ์และคุณค่าสามารถที่จะต่อยอดได้ไปถึงระดับโลก ถือได้ว่าเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการของท้องถิ่นสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
 
 
 
ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการบริการวิชาการทั้งหมด ?
 
สำหรับผลลัพธ์ในการพัฒนาท้องถิ่นหรือในการดำเนินโครงการทุกโครงการที่ผ่านมาสิ่งที่เรามุ่งหวังเลยก็คือการเกิดการมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน แก่พี่น้องประชาชน ในการดำเนินการนั้นสิ่งที่เราต้องการคือการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนหรือช่วยลดรายจ่ายให้กับประชาชนให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีมากขึ้น ดังนั้นตัวชี้วัดในการดำเนินโครงการสิ่งที่เราอยากเห็นเป็นรูปธรรมคือประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น สินค้าที่เกิดขึ้นจากการพัฒนามียอดขายที่มากขึ้น หรือสามารถที่จะต่อยอดยกระดับตัวผลิตภัณฑ์ให้สามารถขยายตลาดจากท้องถิ่นสู่การส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้ 
 
 
 
 
ทิศทางและแผนงานด้านการบริการวิชาการของมหาลัยในอนาคต ?
 
ในการดำเนินงานการบริการวิชาการหรือการพัฒนาท้องถิ่นในอนาคตสิ่งที่มหาลัยต้องการมากที่สุดตอนนี้คือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่มองไปในทิศทางเดียวกัน เพราะเราต้องการให้พื้นที่ในกลุ่มจังหวัดของเรา ภูเก็ต พังงา กระบี่ มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เกิดการบูรณาการงานด้วยกันทุกภาคส่วนเพื่อมุงไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน ดังนั้นในการดำเนินงานต่อไปจากนี้ จำเป็นต้องมุ่งในเรื่องของการพูดคุยเพื่อสร้างพันธมิตรที่ใหญ่ขึ้นเพื่อสร้างการพัฒนามากขึ้น และต่อยอดขยายพื้นที่กระจายตัวออกไป ในการดำเนินการทั้งหมดที่กล่าวมาเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศทั้ง 38 แห่ง โดยราชภัฏภูเก็ตเป็นหนึ่งในนั้นที่ให้ความสำคัญกับภารกิจดำเนินการตามพระบรมราโชบายเพื่อให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนโดยให้ราชภัฏเป็นผู้ดำเนินงาน
 
ฝากถึงองค์กรที่อยากจะมาร่วมพัฒนาท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัย ?
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต ขอเชิญชวนให้หน่วยงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ที่มีความสนใจ มีความรู้ มีองค์ความรู้ หรือมีศักยภาพที่ประสงค์จะร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น ทางมหาลัยราชภัฏภูเก็ตยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเชิญทุกท่านเข้ามาร่วมมือกันเพราะระบบเศรษฐกิจฐานรากในท้องถิ่นเป็นเครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นแรงสนับสนุนให้ระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่นและภูมิภาคสามารถยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง ในฐานะของมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เราขอขอบคุณพันธมิตรและชาวบ้านที่เชื่อมั่นในมหาวิทยาลัย 
 
 
 
 
 

PKRU Leader Vision : ผศ.ดร.ธวัชชัย ทุมทอง กับนโยบายผลักดันบุคลากรสู่ความก้าวหน้าในวิชาชีพ

 
0 1
 
เรื่องและภาพ : งานประชาสัมพันธ์ ม.ราชภัฏภูเก็ต (PRPKRU)
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต มีนโยบายสำคัญด้านหนึ่งในการให้บริการนักศึกษา บุคลากร หน่วยงานองค์กร และประชาชน ในรูปแบบของการจัดการศึกษา การเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น การบริการวิชาการเพื่อท้องถิ่น รวมถึงการให้บริการในด้านไอที ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งการดำเนินงานดังที่กล่าวมาเป็นบทบาทของ “บุคลากรสายสนับสนุน” เป็นผู้ดำเนินงานขับเคลื่อนเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ PKRU 
 
ดังนั้นเพื่อการจัดทัพเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการให้มีความเข้มแข็ง มีคุณภาพ ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัย ผศ.ดร.ธวัชชัย ทุมทอง รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ม.ราชภัฏภูเก็ต เล็งเห็นถึงการยกระดับศักยภาพของบุคลากร จึงได้ขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมบุคลากรสายสนับสนุนให้มีความก้าวหน้าทางสายอาชีพ ในรูปแบบของการเข้าสู่ตำแหน่ง “ชำนาญการ” คอลัมน์ PKRU Leader Vision ขอแนะนำที่มาและความสำคัญของนโยบายดังกล่าว
 
 
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เล่าว่า “นโยบายในการส่งเสริมผลักดันบุคลากรสายสนับสนุนให้มีความก้าวหน้าทางสายอาชีพ หรือที่เรียกว่า Career Path เป็นนโยบายสำคัญที่ทางมหาวิทยาลัยได้เห็นความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าขององค์กร ถ้าบุคลากรมีศักยภาพ มีความก้าวหน้า มีความเข้มแข็ง จะทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพและสามารถมุ่งผลสัมฤทธิ์ในด้านต่างๆ ได้ 
 
สำหรับวิธีการดำเนินการในการส่งเสริมบุคลากรของเรา มหาวิทยาลัยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการร่างระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคล โดยการดำเนินงานของ งานการเจ้าหน้าที่และนิติการ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี เพื่อสนับสนุนให้การทำงานมีความคล่องตัว และมีระบบมากยิ่งขึ้น ส่วนกลไกในการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมนั้น ได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญในเรื่องของการส่งเสริมบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่ง คือ รศ.สุรชัย ขวัญเมือง และ นายอรรถพร อินถาสาน ซึ่งมีวิธีการและเทคนิคมาร่วมถ่ายทอดเป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบัติการแก่บุคลากรของเราในการจัดทำ PKRU Work Manual เขียนคู่มือการปฏิบัติงาน การประเมินค่างาน การวิเคราะห์ผลการทำงาน เพื่อให้มีทิศทางในการเขียนคู่มือที่ถูกต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่เหมาะสม
 
 
 
 
ในส่วนถัดมาได้มีการกำหนดกรอบเสนอสภามหาวิทยาลัย และดำเนินการส่งไปที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อกำหนดกรอบของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันบุคลากรของเรานั้นยังเป็นระดับปฏิบัติการ แต่บุคลากรหลายคนมีความเชี่ยวชาญและทักษะเฉพาะด้านในหลากหลายวิชาชีพ เช่น งานนโยบายและแผน งานบริหารสำนักงาน งานประชาสัมพันธ์ งานบุคคล งานการเงิน งานเทคโนโลยีสารเทศ งานบรรณารักษ์ งานธุรการ งานพัสดุ ฯลฯ ทั้งนี้ในการดำเนินการปีนี้ (2562) มีการประเมินค่างานและผ่านถึง 14 ตำแหน่ง ซึ่งนับว่าเป็นที่น่าพึงพอใจของมหาวิทยาลัยที่มีการเริ่มต้นจุดประกายและกำหนดรูปแบบมาตรฐานให้กับบุคลากรท่านอื่นๆ มีกำลังใจและมีความตั้งใจที่จะเข้าสู่ตำแหน่งในรุ่นต่อไปได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมบุคลากรสู่ความก้าวหน้าในตำแหน่งงานชำนาญการ รวมถึงชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นเป้าหมายในขั้นถัดไปที่ต้องส่งเสริมและสนับสนุน ทั้งนี้ความก้าวหน้าในสายอาชีพนอกจากจะเป็นความสำเร็จส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงานแล้ว องค์กรจะได้รับประโยชน์จากการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานซึ่งเปรียบเสมือนตำราในการทำงานในด้านต่างๆ ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด และเป็นใบเบิกทางให้กับบุคลากรรุ่นใหม่ อันจะเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
 
 
 
ด้านการพัฒนาบุคลากรด้านอื่นๆ มหาวิทยาลัยมีแผนงานในการที่จะพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพและสมรรถนะที่เกี่ยวข้องกันหรือก่อให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงานองค์กร มีแผนจะพัฒนาเรื่องระบบงาน เรื่องของสมรรถนะสากลที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษา ทักษะด้านไอที บุคลิกภาพ รวมทั้งส่งเสริมเรื่องของการพัฒนาบุคลากรในเรื่องของการอยู่ร่วมกันมีการสื่อสารกันอย่างสร้างสรรค์ในองค์กร ถือว่าเป็นแนวนโยบายที่ทางมหาวิทยาลัยกำลังส่งเสริม พัฒนา ให้มีความต่อเนื่อง นำไปสู่การมีบุคลากรที่มีคุณค่าของมหาวิทยาลัยและพร้อมสำหรับงานบริหารจัดการและงานบริการในทุกรูปแบบต่อไป” ผศ.ดร.ธวัชชัย ทุมทอง กล่าว 
 
 
การสร้างขวัญกำลังใจและการสร้างความมั่นคงทางหน้าที่การงานให้กับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีศักยภาพ โดยอาศัยการพัฒนาบุคลากรด้วยวัฒนธรรมการเรียนรู้อยู่เสมอเพื่อเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยและตอบโจทย์งานให้บริการแก่ท้องถิ่น
 

PKRU Leader Vision : ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ กับแนวคิดพัฒนาโรงเรียนสาธิตฯ ด้วยหลักสูตรแห่งความสุข

 
hiran prasankarn president of pkru nov 2019 1
 
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีพัฒนาการในด้านการจัดการศึกษา จากโรงเรียนฝ่ายปฐมวัยและฝ่ายประถมศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อเป็นสถานฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักศึกษาสายครู คณะครุศาสตร์ ต่อมามีการเปิดฝ่ายมัธยมศึกษา เพื่อรองรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเป็นห้องเรียนส่งเสริมอัจฉริยภาพ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา และเทคโนโลยี 
 
ในขณะที่บทบาทของการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในยุคใหม่ นอกจากการจัดการศึกษาเพื่อคนทุกช่วงวัย การเปิดหลักสูตรระยะสั้น ควบคู่กับการให้บริการวิชาการ เป็นภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยแล้ว การพัฒนาการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานอย่าง โรงเรียนสาธิตฯ เป็นนโยบายหลักที่สำคัญประเด็นหนึ่งของ ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คอลัมน์ PKRU Leader Vision ขอนำผู้อ่านรับทราบมุมมอง วิสัยทัศน์ และแนวทางในการขับเคลื่อนโรงเรียนสาธิต PKRU โดยใช้ความสุขของนักเรียนเป็นหัวใจในการพัฒนาโรงเรียน
  
ที่มาของการพัฒนาโรงเรียนสาธิต ตั้งแต่ฝ่ายปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
 
สำหรับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งมาจากคอนเซ็ปท์การเป็นห้องปฏิบัติการของการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่มีการผลิตครู โดยเริ่มต้นที่การเปิดสอนในระดับปฐมวัย จัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวทางวอลดอร์ฟ ซึ่งเป็นรูปแบบการศึกษาที่บูรณาการวิชาการร่วมกับกิจกรรรมต่างๆ โดยมีครูเป็นผู้ดูแลและอำนวยความสะดวก เน้นการจัดบรรยากาศในการเรียนการสอนที่เอื้ออำนวยต่อพัฒนาการตามวัยของเด็กนักเรียน หลังจากนั้นมีการเปิดสอนในฝ่ายประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ซึ่งจะเน้นการสอนในเรื่องของวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แต่สิ่งสำคัญที่ผมพยายามผลักดัน คือแสวงหาวิธีการสร้างความสุขให้นักเรียนผ่านวิธีการสอนที่เน้นการปฏิบัติ สร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ ลดบรรยากาศการแข่งขัน ส่งเสริมให้เด็กอยากมาโรงเรียน เพราะต้องการมาเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวบ่งชี้เชิงประจักษ์ว่า เราจัดการเรียนการสอนแล้วเด็กมีความสุข เมื่อเติบโตขึ้นก็จะเป็นต้นทุนสำคัญในเรื่องของความฉลาดทาง IQ และ EQ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมในอนาคต
 
สำหรับฝ่ายประถมศึกษานั้นมีนักเรียนศึกษาจบประถมศึกษาปีที่ 6 รุ่นแรกเมื่อปีที่ผ่านมา (ปี 2561) มีนักเรียนที่สอบได้ผลคะแนน O-NET เต็ม 100 คะแนน จำนวน 4 คน (แบ่งเป็นคะแนนเต็มจากวิชาคณิตศาสตร์ 3 คน และภาษาอังกฤษ 1 คน) รวมถึงนักเรียนคนอื่นๆ มีค่าเฉลี่ยคะแนน O-NET เป็นที่น่าพึงพอใจ โดย ใน O-NET 100% เต็มมีอยู่ 4 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 25 โดยมีคะแนนของคณิตศาสตร์ 3 คน และคะแนนของภาษาอังกฤษอีก 1 คน 
  
 
 
จุดเด่นของโรงเรียนสาธิตฯ PKRU ?
 
ได้ทำการจัดโซนนิ่ง ควบคู่ไปกับการปรับปรุงอาคารเรียน ห้องเรียน พื้นที่ใช้สอย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนสาธิตฯ เน้นเรื่องความปลอดภัย นอกเหนือจากเรื่องของกายภาพ ในเรื่องของหลักสูตรเราได้ดึงพลังความร่วมมือกันระหว่างครูของโรงเรียนและทีมคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่ช่วยพัฒนาหลักสูตร และใช้บุคลากรที่สอนในระดับอุดมศึกษาสนับสนุนการสอนในโรงเรียนสาธิตฯ โดยเฉพาะในเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในส่วนของภาษาต่างประเทศมีการใช้เจ้าของภาษา Native Speaker เป็นผู้สอน จึงกล่าวได้ว่าเรามีหลักสูตรที่เป็นลูกผสมระหว่างหลักสูตร Basic และหลักสูตรแบบ Advance ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้ในยุคใหม่ที่ไม่ตีกรอบผู้เรียนโดยใช้วิธีการให้ผู้เรียนได้ลงมือทำ ทดลอง นำไปสู่การเกิดทักษะความรู้ทั้งหลักการและลงมือปฏิบัติ
 
นอกจากนั้นมีการใช้ห้องเรียน ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดนตรี-นาฏศิลป์ ให้นักเรียนสามารถใช้เรียนรู้เช่นเดียวกับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา อีกทั้งโรงเรียนให้ความสำคัญเรื่องของพรสวรรค์และกิจกรรมสร้างสรรค์ ด้วยการสนับสนุนให้นักเรียนมีความกล้าและมีประสบการณ์ ผ่านกิจกรรมดาราศาสตร์ แข่งขันหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรม ดนตรี ศิลปะ การแสดง และกีฬา รวมถึงส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ คิดค้นโครงงานทางด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งประดิษฐ์ สู่การเข้าร่วมกิจกรรมในเวทีระดับชาติ และระดับนานาชาติ ที่ผ่านมาโรงเรียนมีนักเรียนที่เป็นดาวเด่นนักกีฬา นักกีฬาเรือใบเยาวชนทีมชาติ นักกอล์ฟเยาวชนทีมชาติ นักเทควันโดแชมป์ระดับภูมิภาค ซึ่งโรงเรียนร่วมผลักดันและส่งเสริมอย่างเต็มที่เพื่อให้นักเรียนได้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ สำหรับกิจกรรมนอกห้องเรียนต่างๆ ที่กล่าวมาล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างตัวตนให้กับเด็กว่ามีความสนใจในด้านใด รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในด้านบุคลิกภาพ การสื่อสาร และการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ 
 
 
 
เหตุผลที่โรงเรียนเป็นที่นิยม และมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี ?
 
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เริ่มต้นจากการจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัย จนเป็นที่นิยมของผู้ปกครองเลือกส่งบุตรหลานเข้ามาเรียน และเกิดความประทับใจในพัฒนาการด้านสมาธิ อารมณ์ และไหวพริบในด้านต่างๆ เนื่องจากเรามีแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเติมเต็มพัฒนาการของเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยและลักษณะเฉพาะของผู้เรียน เช่น เราไม่เร่งให้มีการอ่าน การเขียน แต่ช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้เด็กมีพัฒนาการตามวัย เขาก็จะมีการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว โดยมีนักศึกษาครูดูแลอย่างใกล้ชิด ร่วมกับผู้บริหารของโรงเรียน และคณาจารย์ของคณะครุศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีการศึกษาวิจัยถึงการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพของเด็กในระดับปฐมวัย จึงทำให้ผู้ปกครองเกิดความพึงพอใจ และบอกต่อแบบปากต่อปาก ทำให้เป็นที่นิยมและเชื่อมั่นถึงคุณภาพของโรงเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ได้เลือกศึกษาต่อเนื่องไปถึงระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
  
 
 
เป้าหมายของโรงเรียนสาธิตฯ ?
 
นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ ต้องมีความสุข สาเหตุที่เราเน้นเรี่องนี้เพราะเข้าใจถึงความต้องการของเด็กในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนพยายามออกแบบหลักสูตร รายวิชา และกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียนให้มีความสนุก ได้เรียน ได้เล่น ได้สงสัยและตั้งคำถาม ซึ่งวิธีการสอนแบบนี้จะนำไปสู่ความตั้งใจให้เกิดความรู้สึกว่านักเรียนอยากที่จะเรียนรู้ ดีกว่าเพียงเป็นเรื่องของโรงเรียนต้องการที่จะสอน เพราะการใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง จะสามารถก่อให้เกิดจินตนาการ ความมั่นใจในตนเอง และที่สำคัญคือผู้สอนจะสามารถสำรวจความถนัดและความสนใจของนักเรียนแต่ละบุคคลได้ เพื่อช่วยยกระดับความรู้และทักษะได้อย่างตรงจุด โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดเพียงหลักวิชาการเท่านั้น เพราะในโลกยุค 4.0 นิยามของการเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน กระดานดำ หรือหนังสือเล่มหนาอีกต่อไป แต่สามารถที่จะเรียนรู้ผ่านสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม อุปกรณ์สมาร์ทโฟน อินเตอร์เน็ต แอพพลิเคชั่น ปราชญ์ท้องถิ่น ฯลฯ ซึ่งรูปแบบต่างๆ เมื่อนำมาผนวกในหลักสูตรส่งผลให้รายวิชาต่างๆ มีความน่าสนใจดึงดูดผู้เรียน จึงเป็นที่มาของการใช้ความสุขเป็นสารตั้งต้นแห่งความสำเร็จ เพราะเพียงแค่นักเรียนใส่ใจและสนุกกับหัวข้อต่างๆ ก็สามารถยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาได้แล้ว ซึ่งเราจะเน้นจุดขายตรงนี้ในการขับเคลื่อนโรงเรียนต่อไป  
 
 
 
ทิศทางและแนวทางในอนาคตที่อธิการบดีจะพัฒนาโรงเรียน ?
 
ในความเชื่อส่วนของตัวผม ความสุขคือสารตั้งต้นแห่งความสำเร็จ นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นกับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผมมุ่งหวังให้เด็กสาธิตฯ จะต้องมีความสุขกับการมาเรียน และมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เรียนรู้ในสิ่งที่เขาอยากจะทำ เขาอยากจะเป็น สามารถค้นพบพรสรรค์และสิ่งถนัดได้ตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่ใช้เวลาค้นหาตนเองนานเกินไป อยากจะให้เด็กทุกคนมีภูมิต้านทานในเรื่องของการใช้ชีวิต เป็นผู้บริโภคข้อมูลความรู้อย่างชาญฉลาด มีสมาธิ เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว สังคม และมีความเป็นผู้นำ จุดมุ่งหมายข้างต้นคือความปรารถนาที่ผู้บริหารจะใช้ผลักดันและขับเคลื่อนโรงเรียนสาธิตฯ ในมิติต่างๆ ให้เป็นในทิศทางที่เราตั้งใจ เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องการเห็นลูกหลานมีพัฒนาการที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝ่ายปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวสาธิต PKRU 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


text : PRPKRU 
pic : Satit PKRU
 
Top