Menu

PKRU EXPERT - Phuket Rajabhat University

PKRU EXPERT : ดร.พุทธพร อักษรไพโรจน์ ผู้ขับเคลื่อนมาตรฐานสปาเพื่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ECO SPA

 
eco spa jan 2020 1
 
ธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพ (SPA) เกิดขึ้นและเติบโตใน จ.ภูเก็ต และพื้นที่ภาคใต้ ควบคู่กับธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท โดยมีรูปแบบของบริการที่คล้ายคลึงกันตามเทรนด์ความนิยมด้านสุขภาพของนักท่องเที่ยว อันเป็นการขับเคลื่อนมาตรฐานสปาเพื่อสุขภาพให้มีจุดขายและได้รับการยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น นักวิจัยจาก ม.ราชภัฏภูเก็ต นำโดย ดร.พุทธพร อักษรไพโรจน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการทรัพยากรเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว คณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้จัดทำโครงการวิจัย “แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการบริการเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้สู่ระดับสากล” ภายใต้แผนงานวิจัยเรื่อง “การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้สู่การเป็นผู้นำการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพในระดับสากล” แผนการวิจัยและนวัตกรรม (Spearhead) กลุ่มบริการมูลค่าสูง Wellness Tourism ซึ่งได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ตลอดจนสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวม 15 หน่วยงาน 
 
eco spa jan 2020 2
 
eco spa jan 2020 3
 
คอลัมน์ PKRU EXPERT ขอนำผู้อ่านพูดคุยกับ ดร.พุทธพร อักษรไพโรจน์ ผู้อำนวยการแผนงานวิจัยฯ ที่จะบอกเล่าถึงผลลัพธ์และแนวทางที่ได้จากการศึกษาวิจัยเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในท้องถิ่นเพิ่มความสามารถในระดับสากล ก้าวสู่การเป็นผู้นำการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภูมิภาค 
 
S 20037639
 
eco spa jan 2020 4
 
ดร.พุทธพร กล่าวถึงผลการวิจัยพบว่า “การดำเนินการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการมีเอกลักษณ์ท้องถิ่น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมบริการ ได้แก่ 1.มาตรฐานสปาเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และแสดงออกถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือ ECO SPA / 2.ระบบสารสนเทศเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้ระบบ Spa Business Information Management System ที่ช่วยรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญ เพื่อให้ธุรกิจสปาสามารถนำไปใช้เพื่อวางแผนและดำเนินการทางการตลาดของธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้สามารถให้บริการได้ตรงกับความต้องการ และตอบสนองต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น 
 
ทั้งนี้ปัจจุบันมีธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้จำนวนมากที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากลแต่ยังไม่พบความแตกต่างของบริการที่ชัดเจน ก่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคามากกว่าการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่า ดังนั้นการสร้างความแตกต่างให้กับสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ภาคใต้โดยนำเอาเอกลักษณ์ท้องถิ่น และการดำเนินการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับบริการสปาที่มีอยู่ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพได้ นำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดที่กว้างและหลากหลายขึ้น
 
eco spa jan 2020 5
 
eco spa jan 2020 6
 
อย่างไรก็ตามธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และภาคใต้ สามารถนำผลการศึกษา / วิจัย ไปเป็นข้อมูลหรือนำไปปรับใช้ เพื่อประกอบการวางแผนเชิงนโยบายทางการตลาด และเพื่อการลดใช้พลังงาน ลดต้นทุน และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม การปรับใช้จากแนวทางการจัดการขยะ หรือแนวทาง 3R (Reuse การใช้ซ้ำ Reduce การลดการใช้ Recycle การรีไซเคิล) เช่น การใช้ผ้าและใช้น้ำให้เกิดความคุ้มค่า หรือการใช้บรรจุภัณฑ์หรือภาชนะจากทรัพยากรท้องถิ่น เช่น กะลามะพร้าว การใช้วัตถุดิบพื้นถิ่น อย่างสับปะรดภูเก็ต มาเป็นส่วนประกอบใน Spa Treatment หรือการนำขนมพื้นถิ่น เช่น เต้าส้อ เป็นอาหารว่างบริการลูกค้า อีกทั้งการนำวิถีหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาช่วยเพิ่มมูลค่าในกระบวนการการให้บริการ เช่น ผ้าปาเต๊ะหรือผ้าบาติกที่นำมาตกแต่งทั้งชุดพนักงาน ปรับใช้เป็นผ้าคลุมเตียงนวด ผ้าคลุมเบาะรองนั่ง ผ้าคลุมโต๊ะ โดยเฉพาะการนำผ้าถุงมาเป็นผ้าคลุมหรือนุ่งอาบน้ำ ที่ผลการศึกษาพบว่า สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และสนใจซื้อกลับไป จนสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพได้เพิ่มสูงขึ้น”
 
eco spa jan 2020 7
 
eco spa jan 2020 8
 
เจ้าของผลงานคู่มือ ECO SPA เปิดเผยเพิ่มเติมถึงแผนการนำงานวิจัยมาบูรณาการร่วมกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ว่า “ได้มีการนำฐานข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้ มาร่วมพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ และต่อยอดศึกษาโครงการวิจัยย่อยที่จะสามารถลงลึกถึงบริการท่องเที่ยวสุขภาพในระดับชุมชนท้องถิ่น ในเบื้องต้นได้มีการร่วมกับสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีการวิจัยและการเรียนการสอนด้านการนวดสปาเพื่อสุขภาพ รวมถึงทีมนักวิจัยของคณะเทคโนโลยีการเกษตรในการศึกษาและหาช่องทางนำพืชเกษตรพื้นถิ่นป้อนให้กับผู้ประกอบการสปาเพื่อลดต้นทุนและสร้างรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตกรได้อีกทาง
 
eco spa jan 2020 9
 
eco spa jan 2020 10
 
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ของบุคลากร ม.ราชภัฏภูเก็ต นับเป็นการดำเนินงานบริการวิชาการเพื่อท้องถิ่น ในด้านธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งตอบโจทย์การให้บริการเชิงพื้นที่ทั้งในเขต จ.ภูเก็ต และภาคใต้ ผลการศึกษาวิจัยสามารถนำไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในหลากหลายมิติ รวมถึงเป็นแนวทางที่สอดรับกับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน สำหรับผู้สนใจรับบริการหรือร่วมพัฒนาสปาเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและแสดงออกถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น หรือ ECO SPA สามารถติดต่อได้ที่ คณะเทคโนโลยีการเกษตร โทร 0 76 523 094-7 ต่อ 6000 
 
eco spa jan 2020 11
 
eco spa jan 2020 12
 
eco spa jan 2020 13
 
eco spa jan 2020 14
 
eco spa jan 2020 15
 
eco spa jan 2020 16
 

PKRU EXPERT : ดร.สุธาสินี นิรัตติมานนท์ นักออกแบบการเรียนรู้ ด้วยทฤษฎี “คุณค่า+ตัวตน=นักศึกษา”

DSC04246
 
“อาจารย์คิดว่าการเป็นอาจารย์ คือ การเป็นส่วนเล็กๆ ในการร่วมสร้างสิ่งแวดล้อม ความคิด พลังงานที่ดี เพื่อทำให้เขาผลิบาน ในรูปแบบที่เป็น ‘ตัวตน’ ของเขาอย่างแท้จริง”  
 
“อ.ปิ๊ก” ดร.สุธาสินี นิรัตติมานนท์ อาจารย์สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ ม.ราชภัฏภูเก็ต ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ผ่านคอลัมน์ PKRU EXPERT ถึงเทคนิคการจัดการเรียนการสอน และการสนับสนุนให้นักศึกษามีพื้นที่ในการแสดงความคิดสร้างสรรค์ ในฐานะ “Facilitator” มืออาชีพที่มีเทคนิคในการดึงศักยภาพภายในของนักศึกษา นำไปสู่การเรียนเชิงสร้างสรรค์ตามสไตล์นักนิเทศศาสตร์ 
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  X  PKRU EXPERT  
ติดตามเรื่องราวอาจารย์ในรั้วแคแสดกับบทสัมภาษณ์สุดพิเศษ  
 
สารตั้งต้น คือ ความรัก  
 
อาจารย์ปิ๊กได้บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้น ในการออกเดินทาง ตามหาการจุดประกายใหม่ๆ ในการจัดการเรียนการสอน   

“อาจารย์เริ่มมีความสนใจในการเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการจัดการเรียนการสอน จากตอนที่เริ่มทำงานวิจัยในระดับปริญญาเอก อาจารย์เรียนในหลักสูตรนวัตกรรมการบริหารจัดการการศึกษา ซึ่งเป็นการเรียนตามความสนใจส่วนตัว เนื้อหาในหลักสูตรจะเป็นการหลอมรวมศาสตร์ทางด้านการจัดการ และศาสตร์ทางด้านการศึกษาไว้ด้วยกัน  

ในช่วงนั้น เริ่มต้นอ่านงานวิจัย อ่านบทความต่างประเทศ แล้วเห็นถึงไอเดียที่สนุก น่าสนใจ จึงนำมาดัดแปลง มาประยุกต์ต่อในชั้นเรียนที่สอนอยู่ ประกอบกับทางมหาวิทยาลัยได้มีการอบรมในเรื่องของการเป็น Facilitator แนวคิดจิตตปัญญา เป็นสิ่งเล็กที่ๆ ที่อยากเรียนรู้ ก็เลยลองทำเป็น Private Project เล็กๆ ในชั้นเรียน ที่ไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟัง”
 
120557776 395173455216809 5544182975672769474 n
 
50140890 10157051501895238 5618723194979483648 o
อาจารย์ปิ๊กยังเล่าให้ฟังต่อว่า “Project แรกที่เริ่มต้น คือการสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อความรักผ่านงานเขียน เมื่อนักศึกษาต้องส่งจดหมายและต้นฉบับไปยังกองบรรณาธิการ ซึ่งแน่นอนว่าคนทำงานกองบรรณาธิการต้องใช้สายตามาก อาจารย์ก็สอนด้วยการตั้งคำถามกับนักศึกษาว่า ‘ถ้าเรารักและห่วงใยคนที่สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เราอ่าน เราควรทำอย่างไร’ เป็นคำถามที่อาจารย์ใช้ถามลูกศิษย์ ดังนั้นนักศึกษาส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะพิมพ์ต้นฉบับลงในกระดาษถนอมสายตาทุกครั้ง และสิ่งเหล่านี้เป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความอ่อนโยนลงในจิตใจของนักศึกษา  

ผลลัพธ์จาก Project แรก มีงานได้ลงตีพิมพ์เกือบ 20 ฉบับ นักศึกษากลับมาเล่าว่า เป็นโมเม้นท์ที่มีความสุขมากๆ เวลาไปยืนที่แผงหนังสือ บางคนก็เล่าให้ฟังว่าพ่อกับแม่ภูมิใจมาก เหมาหนังสือทั้งแผงไปแจกให้ญาติๆ ได้อ่านกัน ด้วยการเริ่มต้นด้วยการทำงานอันเป็นที่รัก เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ Project เล็กๆ แล้วกระเพื่อมความสุข ความรักออกไป” 
 
ฟังที่อาจารย์ปิ๊ก เล่าให้ฟังแล้ว หวนทำให้นึกถึง คาร์ลิล ยิบราน นักปรัชญาชื่อดัง ในถ้อยคำที่ว่า “นักเคมีผู้ซึ่งสามารถสกัดธาตุจากหัวใจของเขาออกมา อันได้แก่ ความเมตตา ความเคารพ ความเอื้ออาทร ความอดทน ความเศร้าเสียใจ ความประหลาดใจ และการให้อภัย สามารถนำธาตุเหล่านี้มารวมกันเข้าเป็นสิ่งหนึ่งซึ่งอะตอมของมันเรียกว่า ความรัก”  
 
120508676 788560711977962 4466478731252017810 n

เติม Grit สร้าง Growth Mindset  
 
วัยหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย คือวัยที่พิเศษ วัยที่มีพลัง ที่จะส่งมอบคุณค่า แก่นสาร ความหวัง บางอย่างให้กับสังคม อาจารย์ได้เล่าให้ฟังว่าเทคนิคที่อาจารย์ได้ใช้บ่อยคือการฝึกให้นักศึกษามี Grit คือความวิริยะ ที่จะไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่ง Grit ประกอบไปด้วย ใจรัก (Passion) และความเพียร (Perseverance)

อาจารย์ปิ๊กได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การสร้าง Grit ความวิริยะ ที่จะฝ่าฟันทุกอุปสรรคเพื่อถึงเป้าหมายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อาจารย์คิดว่าจุดเริ่มต้นคือการต้องสร้างโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายให้กับนักศึกษา ปีที่แล้วมีโจทย์ที่น่าสนใจอยู่หนึ่งโจทย์คือ โครงการประกวดคลิปวิดีโอ ‘นโยบายการพัฒนาคนทุกช่วงวัย เพื่อประเทศไทยที่อยากเห็นในอีก 20 ปีข้างหน้า’ โดยการประกวดในครั้งนี้ จัดโดย วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโจทย์ที่น่าสนใจมาก 

นักศึกษาเมื่อได้เจอโจทย์นี้ พวกเขาก็รู้สึกท้าทาย เพราะสิ่งที่เขากำลังจะลงมือสร้างสรรค์นั้น เป็นการส่งมอบความคิดของคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะช่วยประเทศชาติในอนาคตได้ เราก็มีกิจกรรมในชั้นเรียนที่จะช่วยให้เขาตีโจทย์ได้ง่ายขึ้น มีการจัดอบรมเสริมนอกชั้นเรียน ระหว่างการทำงานส่งประกวด มีบางทีมเกิดอุปสรรค ลืมสำรองไฟล์ต้นฉบับสำหรับแก้ไขงาน เมื่อคณะกรรมการให้มาแก้ไขงานบางส่วน ทางทีมก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกรอบ เพื่อทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ที่สุด เราจะเห็นถึงการสู้ไม่ถอยของนักศึกษา ครั้งแรกผิดพลาดไม่เป็นไร ครั้งที่สองจะทำให้ดีขึ้น ผลลัพธ์จากใจรักและความเพียรคงเป็นในรูปแบบรางวัลที่ได้รับ ทีมนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เข้ารับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และรางวัลคะแนนความนิยม (Popular Vote) แต่สิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้น คือความวิริยะในการทำงานเพื่อส่งมอบคุณค่าให้กับสังคม  

“เด็กๆ ได้รับรางวัล เราก็รู้สึกตื่นเต้น ดีใจไปด้วย แต่เรามีความเชื่อที่ลึกลงไปอย่างหนึ่งว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดที่รางวัล รางวัลที่แท้จริงคือการที่เราได้ทำงานดีๆ ออกมาสักชิ้น และงานชิ้นนั้น อาจมีส่วนเล็กๆ ในการช่วยเปลี่ยนแปลงสังคม และหากระหว่างการทำงานเกิดอุปสรรค เราก็จะลุย โฟกัสที่เป้าหมาย ซัพพอร์ตไปด้วยกัน ด้วยความเชื่อที่ว่า ใช่ ฉันทำได้ ”  
 
DSC04236

อิสระ และ สบาย เทคนิคธรรมดา ที่เรียบง่าย 
  
ก่อนเข้าชั้นเรียน เพื่อเริ่มสอนเราจะมีหลักที่ยึดในการสอนของเราคือ บรรยากาศในชั้นเรียนต้องดูมีพื้นที่ อิสระ และสบาย ปราศจากซึ่งโครงสร้างเชิงอำนาจที่จะมาควบคุมความคิดของเขา 

คือแน่นอนว่าเราจะมีพื้นที่เด็กๆ พอสมควร แต่เป็นอิสระ และ สบาย ที่มีวินัย คือเราจะไม่โบยตีเด็กๆ ด้วยคำพูด หรือการกระทำ  

กระบวนการที่ใช้บ่อย ให้เขา เป็นผู้เลือก ถ้าไม่อยากทำ ก็ไม่ต้องทำ เราไม่ลงโทษใคร  

บางทีเราเป็นครูเราจะมีนิสัยชอบติดสอน แต่จริงๆ แล้ว คงไม่มีใครที่อยากถูกสอนบ่อยๆ ใช่ไหม เราก็จะเปิดพื้นที่ในการรับฟังเขามากๆ เป็นลักษะณะการฟัง แต่เขาต้องฝึกวินัย เรื่องเวลาต่างๆ ควบคู่กัน  สังเกต อนุญาต ชื่นชม จนวันหนึ่งถ้าเขาอยากเล่าให้เราฟัง เดี๋ยวเขาจะเล่าให้เราฟังเอง  
 
83693811 10158062978885238 5211583556861558784 o
 
120290696 3931663766863708 7511356365647861380 n
 
ทดลองโมเดล ผ่านปัญญาปฏิบัติ  
 
อาจารย์ปิ๊กได้สรุปให้ทางทีมงานได้ฟังว่า หลายรางวัลในช่วงปีที่แล้ว (ปีการศึกษา 2562) คือความสำเร็จร่วมของทางคณาจารย์สาขาวิชานิเทศศาสตร์ ที่ได้ดูแล สนับสนุน เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกชั้นปีได้มีการพัฒนาศักยภาพของตนเองผ่านการเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับต่างๆ และการออกแบบหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560 ที่มุ่งสร้างให้นักนิเทศศาสตร์ที่มีคุณภาพ ต้องเก่งคิด เก่งปฏิบัติ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และก้าวทันนวัตกรรมการสื่อสาร
 
โดยอาจารย์ทำหน้าที่เพียงเป็น Facilitator ในการพัฒนานักศึกษา ให้สามารถมองเห็นเป้าหมายในการเรียน ในการทำงาน และใช้กระบวนการ Self-Management กระตุ้นให้นักศึกษาสามารถดึงศักยภาพภายในตนเองออกมาสร้างผลงานในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งเคล็ดลับแนวปฏิบัติที่ดี มีเทคนิคสามขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก คือ การมองเป้าหมายให้ชัดเจน โดยการทำ Project การออกแบบชีวิต ซึ่งจะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับนักศึกษา และทำให้เขาเห็นภาพสิ่งที่อยากเป็นด้วย ผ่านการทำ Vision Board  ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Mental Representation ใช้ภาพแทนทางใจ เพื่อหาเส้นทางที่จะพัฒนาตนเอง พัฒนาชิ้นงาน ขั้นตอนที่สอง การนำพานักศึกษาไปเรียนรู้จากบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ เรียกสั้นๆ กันว่าไป Tap พลังงานดีๆ ขั้นตอนสุดท้าย คือ การปลุกพลังความเชื่อในตัวนักศึกษาว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ ซึ่งจะค่อยๆ สอดแทรกผ่านกิจกรรมต่างๆ ในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง 
 
“จริงๆ แล้วในกระบวนการของการทำงานเพื่อส่งนักศึกษาเข้าประกวด ทำคนเดียวลำบาก แต่โชคดีว่าทางสาขาวิชานิเทศศาสตร์ เรามีทีมเครือข่ายที่ดี ยกตัวอย่างเช่น ในการประกวด Pitching งานระดับประเทศ ในการแข่งขัน Roojai.com Road to the Future เพื่อนำเสนอแนวคิดสดใหม่ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความปลอดภัยบนท้องถนน นักศึกษาได้ใช้แนวคิดเรื่อง Big Data และ Ai เราก็ได้เชิญเครือข่ายนักวิชาชีพจาก Depa มาช่วยเติมความรู้ให้นักศึกษาก่อนไปประกวดในวันจริง  
อย่างปี 1/2563 ด้วยสถานการณ์ Covid–19 เราก็ไม่ได้โฟกัสที่จะทำงานประกวดนะ เพราะอยากเห็นนักศึกษามีสตางค์ใช่ เราเห็นแล้วว่าเด็กๆ ไม่ค่อยมีสตางค์ใช้กัน หน้าที่ของอาจารย์ก็เริ่มมองหา อย่างปีนี้เราก็ให้เด็กเขียนงานลง True Id intrend จากงานเขียน งานถ่ายภาพ และงานกราฟิก ของเขา ก็สามารถสร้างรายได้เล็กๆ น้อย เป็นลู่ทางในอนาคตในการทำงานให้เขา

สุดท้ายในการพัฒนานักศึกษา ไม่มีอะไรที่เป็นสูตรตายตัว อาจารย์ทำหน้าที่เพียงสนุก เราก็เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กๆ คือสุดท้ายแล้ว เราอยากบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต (Art of Living) ที่จะพัฒนาตนเองไปพร้อมกับนักศึกษา โดยเฉพาะการได้สอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยที่สร้างสรรค์ “ตัวตน” ที่ดีที่สุด ในแบบฉบับของคุณ บนเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ถือเป็นโชคดีในชีวิต อาจารย์ปิ๊ก สุธาสินี กล่าวด้วยรอยยิ้ม 
 
120481144 1217599395279198 2781504039831450801 n
 
DSC04269
 

PKRU EXPERT : ดร.สุพัฒนชัย โพธิ์แก้ว นักประดิษฐ์เครื่องตัดหญ้าพลังงานไฟฟ้าเพื่อท้องถิ่น

 
1
 
เรื่องและภาพ : งานประชาสัมพันธ์ ม.ราชภัฏภูเก็ต (PRPKRU)
 
นวัตกรรมเพื่อท้องถิ่น เป็นโจทย์ที่ท้าทายของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ในการให้บริการแก่ชุมชนตามพันธกิจของการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น นอกจากการให้บริการวิชาการที่ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนแล้ว “นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์” ที่สามารถส่งต่อให้ชาวบ้านใช้สอยเพื่อสร้างประโยชน์ในครัวเรือน อย่างเช่น เครื่องตัดหญ้า ที่ปกติซื้อหากันในราคาหลายพันบาท อีกทั้งต้องใช้พลังงานจากน้ำมันที่ต้องซื้อหา นักประดิษฐ์คนเก่งจาก PKRU “ดร.สุพัฒนชัย โพธิ์แก้ว” อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้คิดค้นและพัฒนา “เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้ารักษ์โลกเพื่อชุมชน” เพื่อเป็นทางเลือกให้ท้องถิ่นสามารถนำไปใช้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและช่วยรักษามลภาวะทางสิ่งแวดล้อม
 
 
 
ที่มาของ “เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้ารักโลกเพื่อชุมชน”
 
ได้มีการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ขึ้นมา เนื่องจากปัจจุบันมีมลภาวะทางด้านเสียงและควันพิษจากการใช้เครื่องตัดหญ้าที่ใช้เครื่องยนต์แบบเติมน้ำมัน รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นค่าใช้จ่ายที่ชาวบ้านต้องแบกรับ จากโจทย์ปัญหาดังกล่าวตนจึงได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องตัดหญ้าที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและใช้พลังงานจากถ่านอัลคาไลน์ ซึ่งไม่มีผลต่อมลภาวะควันและเสียง โดยมีการประกอบที่ง่าย ราคาถูก สามารถซื้อหาวัสดุได้ภายในท้องถิ่นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากการที่ได้นำไปชาวบ้านในชุมชนนำไปทดลองใช้ สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพในระดับที่ใช้ในครัวเรือนได้ สามารถปรับปรุง ต่อยอด หรือซ่อมแซมได้ง่าย เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนแต่ได้ประโยชน์คุ้มค่า ชุมชนและประชาชนทั่วไปก็สามารถซ่อมแซมหรือประกอบเองได้ จึงเป็นประโยชน์กับชุมชนและประชาชนทั่วไป อีกทั้งมีราคาที่ถูกกว่าเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป
 
 
หลักการทำงานของเครื่องตัดหญ้าฯ
 
รูปแบบการทำงานของเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าฯ คือ ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ตัวเครื่องใช้ PVC ได้มีการออกแบบ จำนวน 2 รุ่น รุ่นที่ 1 น้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม เป็นรุ่นใหญ่ใช้มอเตอร์ขนาด (12v.DC) กำลังวัตต์อยู่ที่ 7 วัตต์ ใช้ถ่านชาร์จแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จ 12V 8000mAh (Lithium-Ion Battery) มีสวิตซ์ไฟ ON-OFF อยู่ที่ตัวเครื่อง ต้นทุนในการผลิตต่อชิ้นเมื่อรวมมอเตอร์และถ่านแล้วราคาจะอยู่ที่ประมาณ 370 บาทต่อเครื่อง ซึ่งประชาชนและชุมชนสามารถซื้อไปใช้ได้เลย สามารถใช้งานประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อการชาร์จถ่าน 1 ครั้ง (เฉลี่ยค่าไฟฟ้า 2-3 บาท) เมื่ออุปกรณ์ชำรุดก็สามารถซ่อมแซมได้และเปลี่ยนวัสดุเฉพาะส่วนได้ การประกอบการเคลื่อนย้ายสามารถทำได้อย่างง่ายดายในการถอดประกอบ พกพาได้สะดวก เหมาะกับการใช้งานในองค์กรหน่วยงานที่มีอาณาบริเวณ ส่วนรุ่นที่ 2 จะมีขนาดเล็กและเบาเหมาะสำหรับสุภาพสตรีและเด็กที่ช่วยคุณแม่คุณพ่อตัดหญ้าที่บ้านได้ รุ่นนี้จะใช้มอเตอร์ขนาดเล็ก (5v.DC) มีน้ำหนักเบา แต่จะใช้สำหรับหญ้าต้นเล็ก สนามหญ้าในบ้าน เช่น หญ้าญี่ปุ่น ต้นทุนรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 170 บาท 
 
 
 
พร้อมร่วมมือชุมชน ด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน
 
ตนเองรับผิดชอบในเรื่องการพัฒนาชุมชน และสอนรายวิชาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้น้อมนำหลักการของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการช่วยเหลือชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อท้องถิ่น จากระยะเวลา 10 กว่าปีที่ได้มาทำงานที่ ม.ราชภัฏภูเก็ต ตนได้สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ลูกบอลน้ำผลิตไฟฟ้า ลูกบอลผลิตไฟฟ้าจากคลื่นทะเล เพื่อให้ชุมชนที่อยู่ริมชายฝั่งและบนเกาะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ สามารถนำไฟฟ้าจากการเคลื่อนที่ของคลื่นไปใช้ได้ รวมถึงเครื่องมือผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ จุดสำคัญที่เป็นหัวใจในการประดิษฐ์คือให้ชาวบ้านใช้งานง่าย ใช้ได้จริง ราคาถูก ซ่อมบำรุงได้เอง ในนามของบุคลากร ม.ราชภัฏภูเก็ต ยินดีที่จะให้ความร่วมมือและให้บริการองค์ความรู้ในด้านสิ่งประดิษฐ์กับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจ เพราะมหาวิทยาลัยมีบุคลากรที่มีทักษะในหลากหลายด้าน รวมถึงมีนักศึกษาในสาขาวิชาการพัฒนาชุมชนที่พร้อมร่วมกับท้องถิ่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในรูปแบบ Social Lab และการบริการวิชาการ 
 
สอบถามเพิ่มเติม ดร.สุพัฒนชัย โพธิ์แก้ว โทร 08 7213 6122
 
 
 
 
 
 
 

PKRU EXPERT : ผศ.ดร.นิพนธ์ บริเวธานันท์ นักสร้างสรรค์สื่อการสอนดิจิทัลเพื่อครูอันดามัน

edu pkru 11 aug 2020 1
 
PRPKRU - อิทธิพลของ “สื่อ” ส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนของเด็กและเยาวชน อีกทั้งยังกระทบต่อวงการศึกษาที่ต้องขยับและปรับตัวขนานใหญ่ เพื่อดึงความสนใจของนักเรียน-นักศึกษากลับมาสู่ห้องเรียน เพราะครูนั้นมีบทบาทเป็นนักผลิต “สื่อ” ที่เรียกว่า “สื่อการสอน” เครื่องมือของครูยุคใหม่ที่มีความสำคัญไม่แพ้ “ตำราเรียน” จึงไม่แปลกที่ตอนนี้ครูจำเป็นอยู่ในสถานะผู้เรียนรู้ที่ต้องฝึกฝนออกแบบสื่อการสอนที่ทันสมัยผ่านเครื่องมือที่ผู้เรียนสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและดึงดูดความสนใจ
 
คอลัมน์ PKRU EXPERT ขอแนะนำ ผศ.ดร.นิพนธ์ บริเวธานันท์ (ครูเจ) อาจารย์สังกัดวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต และรองผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิต ม.ราชภัฏภูเก็ต (ฝ่ายประถมศึกษา) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา และวิทยากรที่มีผลงานในการถ่ายทอดวิธีการสร้างสื่อการสอนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 
 
edu pkru 11 aug 2020 2
 
edu pkru 11 aug 2020 3
 
วิธีการของครูเจ (Kru Jay Method) 
 
อาจารย์นิพนธ์ เริ่มต้นเปิดประเด็นว่า “ต้องเริ่มที่การยอมรับครับ ในฐานะครู เราต้องยอมรับว่าวิธีการสอนแบบเดิมไม่สามารถดึงความสนใจผู้เรียนได้เท่ากับเครื่องมือสื่อสารทุกอย่างที่มี Internet ช่องทางและบุคคลใน Facebook Youtuber Blogger หรือ Influencer คือผู้ที่ผู้เรียนอยากฟังและเชื่อในข้อมูลอย่างสนิทใจจนมีผลถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ในแง่มุมต่างๆ ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ปัญหาแต่เป็นโอกาสของครูครับ เราเพียงปรับรูปแบบการสอน
 
จากประสบการณ์ของผม ที่ได้เป็นครูในระดับประถมและมัธยมศึกษามาก่อนก็เลยมองออกว่าประเด็นหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน หากครูเน้นหนักที่การ ‘ชอล์กแอนทอล์ค’ เน้นการสอนด้วยการพูดเป็นหลัก องค์ความรู้ที่จะเกิดกับเด็กจะไม่ได้รับตรงตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ จากจุดนี้เองได้จุดประกายให้ผมกลับเข้าไปศึกษาต่อสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา โดยเลือกเรียนศาสตร์ดังกล่าวทั้งในระดับปริญญาโทและเอก เพื่อที่จะมาพัฒนารูปแบบการสร้างสื่อการเรียนการสอนให้กับครู โดยสื่อในปัจจุบัน อย่างที่พวกเรารู้กันอยู่แล้วว่า นอกจากสื่อทำมือที่เหมาะกับโรงเรียนในเขตต่างจังหวัด หรือว่าโรงเรียนที่ยังไม่มีความพร้อมในด้านของอุปกรณ์เทคโนโลยีแล้ว สื่อดิจิทัลเองนับว่ามีบทบาทมาก เราจะพบว่าเทรนด์การนำรูปแบบการเรียนการสอนในรูปแบบของห้องเรียนปกติเข้ามาอยู่ในห้องเรียนไร้กรอบที่เราเรียกว่า Borderless Classroom จากตรงนี้เองทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทกับครู โดยเฉพาะในเรื่องของการสร้างและการผลิตสื่อ ด้วยโจทย์ที่ว่าครูเองจะต้องสร้างและผลิตสื่อให้ออกมาเร้าความสนใจของผู้เรียน และกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้และเกิดการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถตอบโจทย์กับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมและวัตถุประสงค์ของรายวิชานั้นๆ ได้อย่างชัดเจน
 
ในส่วนของสื่อการเรียนการสอน เราจะพบว่าหลากหลายวิชาจะมีสื่อที่มีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของวิชา ผมขอยกตัวอย่างที่ผมได้ศึกษาเรื่องของสื่อความเป็นจริงเสมือนที่เรียกว่า AR - Augmented Reality / VR - Virtual Reality ลองนึกถึงรายวิชาวิทยาศาสตร์ที่ครูสอนนักเรียนในเรื่องของภูเขาไฟ การระเบิดของภูเขาไฟ ลาวาที่จะออกมามันเป็นอย่างไร แน่นอนสิ่งที่ครูทำได้ดีที่สุดก็คือการนำคลิปวิดีโอไปเปิดให้นักเรียนชม แต่ลองมองภาพกลับกันว่าจะสนุกแค่ไหน ถ้านักเรียนใช้ Smartphone ของตนเองส่องเข้าไปที่รูปใดรูปหนึ่งหรือรูปภูเขาไฟที่ครูเตรียมไว้ให้ แล้วปรากฏภาพระเบิดของลาวาภูเขาไฟแสดงอยู่เบื้องหน้าของนักเรียน หรือการสวมแว่น VR ที่มีภาพเสมือนกับว่านักเรียนได้ลงไปอยู่ในปล่องภูเขาไฟนั้นจริงๆ นี่คือความล้ำยุคของเทคโนโลยี ที่ครูสามารถใช้ประกอบในการสร้างการเรียนรู้ที่มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจและสร้างความสนุกสนานให้เกิดขึ้นในชั้นเรียน รวมถึงการใช้บอร์ดเกมผ่าน Tablet หรือ PC ที่เหมาะกับการศึกษาการสะกดคำและประโยคในการเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ”
 
edu pkru 11 aug 2020 4
 
edu pkru 11 aug 2020 5
 
edu pkru 11 aug 2020 6
 
หลักสูตร “สื่อการสอนดิจิทัล” สำหรับเพื่อนครู
 
ครูเจ ตอบคำถามในประเด็นการเป็นวิทยากร ว่า “ด้วยความแตกต่างบนพื้นฐานความรู้และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครู ครูที่อายุน้อยจะสามารถจัดทำสื่อการสอนได้ทุกรูปแบบ แต่ทางฝั่งครูที่อายุมากมักประสบปัญหาในด้านการใช้เครื่องมือไอที ผมได้มีโอกาสออกแบบหลักสูตรในการอบรมที่เน้นความยืดหยุ่น น่าสนใจ และออกแบบง่ายเหมาะกับเพื่อนครูทุกกลุ่ม คือการดึงโปรแกรม Free Software อย่างเช่น Canva หรือ Piktochart ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีจุดเด่นในการจัดทำข้อมูลให้สวยงามสะดุดตา เพื่อสรุปสาระสำคัญในบทเรียนจากหน้าตำราออกมาเป็นไฟล์ Infographic โดยผมได้จัดทำรูปแบบของ Template พื้นฐานเพื่อให้ผู้อบรมได้นำไปปรับแต่ง ต่อเติม รูปภาพ ตัวหนังสือ หรือกราฟแสดงผลต่างๆ ที่เหมาะสำหรับนำไปใช้ในการสอนนักเรียน โดยได้มีการนำความรู้จากการอบรมไปทำกิจกรรมในห้องเรียนเพิ่มความสนุก เพราะการให้ Keyword เป็นการบ้านกับนักเรียนไปสืบค้นข้อมูลใน Internet ดาบสองคมของฐานข้อมูลสารสนเทศที่มีขนาดใหญ่โต ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้ดีเท่าที่ควร แต่การสรุปสาระสำคัญให้ออกมาในรูปแบบของสื่อการสอนดิจิทัลของครูเป็นต้นแบบให้ศิษย์จะค่อยๆ ปรับวัฒนธรรมการเรียนรู้ในห้องหรือนอกเรียนสู่การเป็นห้องเรียนไร้กรอบได้อย่างชัดเจนมากขึ้น 
 
หลังจากที่ผมมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนครูหลากหลายรุ่น ซึ่งมาจากสถานศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดฝั่งอันดามัน พบว่าครูมีความตื่นตัวและเข้าใจความสำคัญของการสร้างสรรค์สื่อการสอนดิจิทัล ความตั้งใจดังกล่าวถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานอินโฟกราฟิกคุณภาพหลากหลายชิ้นงาน ที่สามารถถ่ายทอดหลักความรู้ในแขนงต่างๆ ออกมาได้อย่างน่าสนใจ แม้กระทั่งครูผู้ไม่มีทักษะทางคอมพิวเตอร์ ได้แสดงถึงความพยายามที่จะสามารถผลิตชิ้นงานออกมาได้ รวมถึงครูหลายท่านที่ได้นำทักษะไปต่อยอดเพื่อสร้างสื่อการสอนที่มีคุณภาพในระดับสูงต่อยอดสู่งานวิจัยด้านการศึกษานำเสนอบนเวทีระดับชาติอย่าง EDUCA (มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู) สิ่งนี้คือความภาคภูมิใจของวงการครูอันดามัน ผู้ซึ่งมีวิชาชีพเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด วิชาชีพครูยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ระบบการศึกษาไม่สามารถขาดได้ สำหรับการดำเนินงานด้านบริการวิชาการดังกล่าวเป็นภารกิจหลักด้านหนึ่งของคณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ที่ทีมงานคณาจารย์ในสาขาวิชาต่างๆ ได้ร่วมมือกันนำศาสตร์ความรู้ลงไปพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้กับเพื่อนครูในอันดามัน”
 
edu pkru 11 aug 2020 7
 
edu pkru 11 aug 2020 8
 
บทบาทของ “ครู” ในยุคดิจิทัล หากความเปลี่ยนแปลงของบทเรียนบนหนังสือและกระดานดำบางส่วนจะถูกแทนที่ด้วยบทเรียนยุคดิจิทัล ณ ช่วงเวลานี้ความเร่งด่วนในการปรับตัวที่ว่ามีความเร่งเร้าเป็นทวีคูณ จากการระบาดของโควิด เพราะการเรียนการสอนออนไลน์บนห้องเรียนไร้กรอบได้อุบัติขึ้นแบบฉับพลัน สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการผลิตสื่อการสอนดิจิทัลที่ใช้ในการสอน ซึ่งตอนนี้อยู่ในสถานะ “ต้องมีและต้องทำ” ของนักศึกษาครู คณาจารย์ หรือบุคลากรที่จำเป็นต้องใช้สื่อดิจิทัลในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร 
 
ผศ.ดร.นิพนธ์ บริเวธานันท์ PKRU EXPERT กับบทบาทของการทำงานที่เป็นทั้งครูที่สอนนักศึกษาครุศาสตร์ผลิตสื่อการสอนที่ทันสมัย การเป็นผู้บริหารโรงเรียนสาธิตฯ ที่มีจุดเน้นในการศึกษาบนห้องเรียนไร้กรอบ และอีกบทบาทหนึ่งที่เป็นภารกิจของคณะครุศาสตร์ คือการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยการอบรมให้ความรู้เพื่อพัฒนาครูอันดามัน แสดงให้เห็นถึงงานของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ที่ไม่ได้เป็นเพียงสถาบันผลิตบัณฑิตครูออกสู่โรงเรียน หากแต่เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมมือกับครูทั้ง “อันดามัน” เพื่อพัฒนาวงการศึกษา 
 
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต (PKRU)
มหาวิทยาลัยที่สร้าง "ตัวตน" ในแบบฉบับของคุณ 
บนเมืองท่องเที่ยวระดับโลก 
 
edu pkru 11 aug 2020 9
 
edu pkru 11 aug 2020 10
 
edu pkru 11 aug 2020 11
 
edu pkru 11 aug 2020 12
 
12 1
 
edu pkru 11 aug 2020 14

PKRU EXPERT : ผศ.ฤธรรมรง ปลัดสงคราม นักออกแบบบรรจุภัณฑ์อันดามัน

phuket product and package designer jul 2020 1
 
phuket product and package designer jul 2020 2
 
(PRPKRU) การออกแบบบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ เป็นเรื่องเบสิกสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่สามารถเนรมิตออกมาให้สวยงาม ตอบโจทย์ได้ดั่งใจ แต่สำหรับผู้ประกอบการ OTOP / SMEs / หรือวิสาหกิจชุมชน การมี Package ที่สะดุดตาชวนซื้อ ถือเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องใหม่พอสมควร จากสภาพปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้ ม.ราชภัฏภูเก็ต ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ภูเก็ต และส่วนราชการอื่นๆ ส่งทีมอาจารย์/นักวิจัย ลงพื้นชุมชนทำงานออกแบบในลักษณะสร้างสรรค์ เป็นอาวุธลับให้กับผู้ประกอบการชุมชนหลายแห่งใน จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลักดันสินค้าซึ่งเดิมทีวางจำหน่ายเฉพาะร้านค้าในชุมชน ออกไปสู่ตลาดการค้า EXPO ระดับประเทศ ช่วยสร้างรายได้และลู่ทางในการดำเนินธุรกิจให้กับประชาชนในท้องถิ่นอันดามัน 
 
phuket product and package designer jul 2020 3
 
ผศ.ฤธรรมรง ปลัดสงคราม หรือ อาจารย์ “บ่าว” จากสาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ราชภัฏภูเก็ต คือชื่อของ Product Designer ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้าง Package ที่ทำงานในสไตล์เก็บข้อมูลลงลึกทุกรายละเอียด “คลุกวงใน” ร่วมกับชาวบ้าน เพราะการจะทำให้สินค้าชุมชนอันดามันเฉิดฉายแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกันในตลาด ต้องมีเอกลักษณ์ที่ดู “แปลกใหม่” และคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้สอยของลูกค้าหลังจากที่ซื้อสินค้าไปแล้ว
 
phuket product and package designer jul 2020 4
 
โจทย์ : เมื่อต้องการหิ้วสับปะรดขึ้นเครื่องบิน
 
ผลิตภัณฑ์ “สับปะรดภูเก็ต Phuket Pinapple Good Agricultural Product of Phuket” ของฝากชื่อดังภูเก็ต ผลิตและจำหน่ายโดย วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรสับปะรดภูเก็ต ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง / เมื่อสำนักงานเกษตร จ.ภูเก็ต ต้องการให้สับปะรดลูกโตสีเหลืองทอง อัพเกรดเป็นสินค้าที่สามารถซื้อเป็นของฝากขึ้นรถ ขึ้นเครื่องบิน หยิบถือมอบแก่ญาติมิตรได้อย่างสะดวกและดูมีคุณค่า จึงเกิดเป็น Packaging สับปะรดภูเก็ต ผลงานชิ้นสำคัญของ ผศ.ฤธรรมรง ที่ถูกยกให้เป็นของดีภูเก็ต นำไปใช้ในโอกาสพิเศษระดับจังหวัดมาแล้วมากมาย
 
phuket product and package designer jul 2020 5
 
อ.บ่าว หยิบกล่องใส่สับปะรดภูเก็ต กล่องกระดาษสีขาว ทรงสูง ท่าทางหยิบถือกระชับมือ เพื่อแจกแจงถึงผลงานชิ้นนี้ รอยยิ้มบวกกับน้ำเสียงที่มั่นใจขณะอธิบายถึงผลงานชิ้นนี้ แสดงให้เราเห็นอย่างชัดเจนว่าเป็น ผลงาน Package ชิ้นเอกที่เจ้าตัวมีความภาคภูมิใจ 
 
“ที่มาของผลงาน คือการที่ผมได้รับโจทย์จาก สนง.เกษตรฯ จ.ภูเก็ต ให้มหาวิทยาลัย ช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ว่าจะทำอย่างไรให้สับปะรดภูเก็ตขายได้ และเกิดมูลค่าเพิ่ม จึงเกิดเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีจุดเด่น ได้แก่ บรรจุสับปะรดได้ 2 ผล มีน้ำหนักไม่เกิน 3 กก. สามารถหยิบถือได้สะดวก และพกพาเดินทางขึ้นเครื่องบินได้ นอกจากนั้นได้มีการเพิ่มรายละเอียดที่สำคัญลงไปใน Package คือ การใส่ Story ของพื้นที่ปลูก แหล่งผลิต มาตรฐานผลิตภัณฑ์ จุดเด่นของสินค้า และวิธีการปอกสับปะรด อีกทั้งหน้าที่ที่ดีของบรรจุภัณฑ์คือเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพื่อสร้างการจดจำในคุณภาพของสินค้า เราได้เลือกใช้วัสดุเป็นกระดาษลูกฟูกในการห่อหุ้มผลสับปะรด ซึ่งจะช่วยลดปริมาณแก๊สเอทิลีน (ethylene) ส่งผลให้ผลไม้สุกงอมช้าลง ยืดอายุสินค้าเก็บได้ยาวนานขึ้นอีกด้วยครับ” 
 
phuket product and package designer jul 2020 6
 
phuket product and package designer jul 2020 7
 
phuket product and package designer jul 2020 8
 
Products Design เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอันดามัน 
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต ได้มีการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นระยะ 20 ปี โดยน้อมนำพระบรมราโชบายในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสู่การปฏิบัติ “โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน” ทาง ผศ.ฤธรรมรง ปลัดสงคราม ในอีกบทบาทหน้าที่คือ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา พร้อมด้วยทีมงานจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ใช้โอกาสจากนโยบายดังกล่าว นำทีมงานร่วมขับเคลื่อนออกแบบบรรจุภัณฑ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวน 9 ผลงาน ได้แก่ 
 
  1. ผลิตภัณฑ์กระเป๋าสตรีจากเตยปาหนัน วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมเตยปาหนันบ้านวังหิน ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมอัตลักษณ์ จ.กระบี่ ผสมผสานต้นทุนทางวัฒนธรรมและงานหัตกรรมพื้นถิ่น สร้างสรรค์เป็นกระเป๋าสตรีร่วมสมัย
  2. ผลิตภัณฑ์ขนมตะโกลา วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตะโกลา ม.8 ถ.ซอยโรงพระ ต.ตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
  3. ผลิตภัณฑ์นมแพะข้นหวานและนมแพะกลุ่มมณีรัตน์ฟาร์มแพะ&โฮมสเตย์  ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  
  4. บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์แหนมเห็ดนางฟ้า วิสาหกิจชุมชนสหฟาร์มเห็ดนางฟ้าบ้านนาแฝก ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา
  5. บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ขนมเต้าส้อตวงรัตน์ ต.ตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
  6. บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์น้ำพริกแพะ วิสาหกิจชุมชนเสน่ห์โพธิ์ฟาร์ม ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
  7. บรรจุภัณฑ์สับปะรดภูเก็ต วิสาหกิจชุมชนสับปะรดภูเก็ต ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
  8. บรรจุภัณฑ์แก้วภูตาล กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มภูตาล ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา
  9. บรรจุภัณฑ์สบู่นมแพะ วิสาหกิจบาร่อกัต ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

phuket product and package designer jul 2020 9

phuket product and package designer jul 2020 10
 
phuket product and package designer jul 2020 11
 
“ผลงานทั้งหมดที่ผมและทีมงานของ PKRU ได้บูรณาการนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งมีจุดเด่นในด้านอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและสื่อถึงความเป็นอันดามัน ซึ่งสถาบันวิจัยฯ ได้ดำเนินงานร่วมกับทางพัฒนาชุมชน จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ ซึ่งในการพัฒนาเราได้อาศัยองค์ความรู้จากอาจารย์ในสาขาวิชาจากบุคลากรที่มีศักยภาพเข้าไปช่วยพัฒนา ซึ่งนอกจากบรรจุภัณฑ์แล้ว มหาวิทยาลัยได้ช่วยพัฒนาคุณภาพของสินค้า การเก็บรักษา รูปลักษณ์ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ จากการศึกษาและวิเคราะห์ในบริบทที่เกี่ยวข้องทั้งวัตถุดิบ แหล่งผลิต และต้นทุน โดยมีเป้าหมายในการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่การได้รับรองตามมาตรฐาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ มผช. ซึ่งจะช่วยผลักดันสินค้าให้สามารถส่งออกจำหน่ายทั้งในงานนิทรรศการ OTOP หรือจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เพื่อเป็นการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับชาวบ้านได้มากขึ้นครับ”
 
phuket product and package designer jul 2020 12
 
แลกเปลี่ยนวิชากับปราชญ์ท้องถิ่น 
 
หากลองสำรวจผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของ อ.บ่าว สิ่งหนึ่งที่เป็นลายเซ็นเด่นชัดคือการถ่ายทอดอัตลักษณ์ของท้องถิ่นสอดแทรกอยู่ในการออกแบบ ซึ่งนอกจาก อ.บ่าว ได้ช่วยดีไซน์บรรจุภัณฑ์จากโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการในท้องถิ่น ผศ.ฤธรรมรง ได้ร่วมกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นถ่ายทอดความรู้ตรงถึงชุมชน 
 
“ตัวผมและทีมอาจารย์จากสาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ ได้ร่วมเป็นวิทยากรในการอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ถ่ายทอดตั้งแต่กระบวนการคิด การออกแบบและปรับโฉมรูปลักษณ์ของสินค้าให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากงานให้บริการวิชาการดังกล่าว นอกจากจะช่วยให้ของในท้องถิ่นดูดีและขายได้ ในทางกลับกัน วิถีคิด วิธีทำ และภูมิปัญญาจากชาวบ้าน ซึ่งเปรียบเสมือนปราชญ์ชุมชน ก็เป็นองค์ความรู้ที่ทรงคุณค่าให้กับตัวผม ช่วยเพิ่มไอเดียและวิธีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยสนับสนุนอัตลักษณ์ให้น่าสนใจมากขึ้น แทนที่จะไปลบภาพอัตลักษณ์ที่มีอยู่เดิม ซึ่งประโยชน์จากการลงพื้นที่ชุมชน สามารถนำกลับมาเป็นโจทย์ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาได้ฝึกฝนการออกแบบบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ ช่วยสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ด้วยครับ”
 
“องค์ความรู้” ในศาสตร์ด้านต่างๆ เป็นสิ่งที่สถาบันอุดมศึกษาพึงมีและต้องสะสมเพื่อให้บริการจัดการศึกษาถ่ายทอดแก่ท้องถิ่น ในขณะเดียวกัน “ผู้เชี่ยวชาญ หรือ Expert” ก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน สิ่งที่ ม.ราชภัฏภูเก็ต ได้สนับสนุนให้บุคลากรที่มีความถนัดและมีทักษะเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ซึ่ง ผศ.ฤธรรมรง ปลัดสงคราม เป็นคนคุณภาพที่มีผลงานเด่นชัด 
 
เพราะเราต้องรับผิดชอบมากกว่าความรู้ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่มีภารกิจที่จะต้องส่งต่อความรู้ที่เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมให้เกิดขึ้นนอกรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งก็คือท้องถิ่นอันดามัน พื้นที่ยุทธศาสตร์ของ PKRU
 
สำหรับเจ้าของสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือผู้ประกอบการทั่วไป ที่สนใจร่วมงานกับ ม.ราชภัฏภูเก็ต สามารถติดต่อสอบถาม สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร 0 7652 3094-7 ต่อ 4000
 
phuket product and package designer jul 2020 13
 
  phuket product and package designer jul 2020 14
 
phuket product and package designer jul 2020 16
 
phuket product and package designer jul 2020 15

PKRU EXPERT : ผศ.ศิวพงศ์ ทองเจือ นักออกแบบผังเมืองและสถาปนิกชุมชน

siwaphong 1 1
 
siwaphong 1 2
 
(PRPKRU) คำว่า “เมือง” จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยองค์ประกอบมากมายมาปะติดปะต่อจากรายละเอียดเล็กน้อยสู่ภาพกว้างที่สามารถเป็นที่พำนักอาศัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ทว่าเมืองจะสวยงาม น่าอยู่ หรือตอบโจทย์วิถีชีวิตได้จะต้องมีการวางแผนกำหนดเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับต่างๆ ตามแต่ความต้องการเชิงพื้นที่ 
 
และบทบาทของ “นักวิชาการผังเมืองและสถาปนิกชุมชน” จึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาดังกล่าว ทีมงาน PRPKRU ขอแนะนำให้ผู้อ่านทำความรู้จักตัวตน ผลงาน และมุมมองของ ผศ.ศิวพงศ์ ทองเจือ อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ม.ราชภัฏภูเก็ต ซึ่งมีผลงานการออกแบบและพัฒนา “เมืองและชุมชน” ในบริบทที่หลากหลาย แต่มีเป้าหมายสำคัญหนึ่งเดียวคือสามารถส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับคนในพื้นที่นั้นๆ ใช้สอยประโยชน์ได้ทั้งทางตรง (วิถีชีวิต) และทางอ้อม (เศรษฐกิจ+ท่องเที่ยว) แถมท้ายด้วยมุมมองที่น่าสนใจในประเด็นการปรับโครงสร้างหรือการพัฒนาเมืองในยุค COVID-19 ลองไล่เรียงข้อมูลจากบทสัมภาษณ์เบื้องล่าง เชื่อว่าผู้อ่านจะได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับผังเมือง
 
3
 
บนเส้นทางของ “นักวิชาการผังเมือง”
 
ตั้งแต่เล็กจำความได้ว่า ชอบเรื่องการออกแบบเมือง พ่อกับแม่เคยซื้อโมเดลบ้านและรถไฟมาให้ เราเคยอ่านหนังสือที่มีบ้านและเมือง ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมสวยงาม จึงจำภาพเหล่านั้นมาประกอบกับการสร้างโมเดลเมืองเป็นความทรงจำวัยเยาว์ สร้างแรงบันดาลใจในการเข้าสู่การเรียนด้านสถาปัตยกรรม ต่อเนื่องเป็นการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการออกแบบชุมชนเมือง ด้วยมุ่งหวังว่าอยากจะกลับมาออกแบบเมืองภูเก็ตให้เป็นเมืองน่าอยู่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี หลังจากจบการศึกษาจึงทำงานในบริษัทเอกชน ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาที่ดินในจังหวัดภูเก็ตอยู่ 2 ปี เนื่องด้วยได้ใช้ความรู้ด้านการวางแผนและออกแบบเมือง ผนวกกับความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม นับเป็นการทำงานในบริษัทซึ่งเป็นตำแหน่ง ‘นักวิชาการผังเมือง’ คนเดียวที่ทำงานในบริษัทด้านสิ่งแวดล้อม กับบริษัทนายหน้าขายที่ดินหรือพัฒนาที่ดิน ช่วงนั้นสภาสถาปนิก เปิดสอบใบประกอบวิชาชีพ ‘สาขาสถาปัตยกรรมผังเมือง’ เป็นปีแรก และสอบผ่านได้รับใบอนุญาตฯ 
 
จากนั้นจึงลองสอบรับราชการ ตำแหน่ง ‘สถาปนิกผู้ช่วย’ ในเทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งอยู่ในสำนักการช่าง ฝ่ายผังเมือง จึงได้มีโอกาสประเดิมความรู้วางผังออกแบบพื้นที่สวนสาธารณะ ระดับเมืองริมน้ำของภูเก็ต จัดทำเป็นรายงานให้สำนักฝ่ายแผนของเทศบาลนครภูเก็ต นำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งต่อมาอยากที่จะทำงานตามกรอบวิชาชีพการออกแบบชุมชนเมืองตามสิ่งที่ได้เรียนมา ได้ใช้ความรู้ความสามารถเต็มที่ จึงผันตนเองมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนถึงปัจจุบัน พร้อมกับการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมผังเมือง ควบคู่กับการทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัทที่ปรึกษาฯ และเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระดับจังหวัด ตาม พรบ.วิชาชีพสถาปัตยกรรมผังเมืองที่เกี่ยวข้อง ทั้งในจังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ต
 
10
 
11
 
มุมมองที่มีต่อ “ผังเมืองภูเก็ต”  
 
มองย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ผมเพิ่งเรียนจบด้านสาขาการออกแบบชุมชนเมือง จากการที่ได้เติบโตในเมืองภูเก็ต จึงมองเห็นภาพการขยายตัวของเมืองภูเก็ตที่รวดเร็วมาก สมัยก่อนเรามักคิดว่าการพัฒนาเป็นเรื่องของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ธรรมชาติ ไปเป็นพื้นที่กึ่งเมือง และกลายไปเป็นเมืองเป็นเรื่องปกติของโลก แต่หลังจากเรียนจบด้านสถาปัตยกรรม จึงเห็นว่าเมืองเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดยรัฐ การเปลี่ยนแปลงในทุกพื้นที่ถูกกำหนดให้เป็นไปตามนโยบายในแต่ละยุคสมัยของรัฐบาล ซึ่งเราเรียกกันว่า ‘การพัฒนาสู่ความเจริญ’ ซึ่งมักตกหล่นการตระหนักถึงประเด็น ‘ความยั่งยืนหรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อคุณภาพชีวิต’ ของประชาชน
 
ภูเก็ตนนั้นเติบโตหลังจากยุคเมืองแร่ มาสู่ยุคการท่องเที่ยว ต่อเนื่องสู่การเป็นเมืองอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ได้คิดที่จะให้การพัฒนาการท่องเที่ยวควบคู่กับการออกแบบเมืองตั้งแต่แรก องค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวถูกพัฒนาเป็นรูปร่างในประเทศไทยเพราะจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ที่ส่งผ่านมาจากพัทยา แต่ศาสตร์ด้านการออกแบบเมืองหรือผังเมืองในต่างจังหวัดมีน้อยถึงน้อยมาก หรือแทบไม่มีใครรู้จัก แม้จะมีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่มีบทบาท แต่ประเด็นของผังเมืองเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ทำแทบไม่มีผลต่อการควบคุมกายภาพเมืองให้มีสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่ รวมถึงก่อให้เกิดการแผ่ขยายเมืองไปอย่างไร้ขอบเขตและทุกทิศทาง จึงเป็นความท้าทายของนักผังเมืองที่มีหน้าที่และบทบาทในการนำเสนอแนวคิดสู่ท้องถิ่น 
 
12
 
13
 
ผลงานของ “ผศ.ศิวพงศ์ ทองเจือ”
 
ผลงานแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.การเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมืองในระดับจังหวัด คือ คณะกรรมการขับเคลื่อนสู่ Phuket Smart City คณะทำงานแกนนำเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัดภูเก็ต (สอจร. ภูเก็ต) ขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่ถนนปลอดภัย คณะทำงานแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง คณะกรรมการขับเคลื่อนวาระจังหวัด นโยบายลดการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดภูเก็ต ให้ต่ำกว่า 50 รายในปี 2563 (2020) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมือง คณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนจังหวัดพังงา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมือง คณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดพังงา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมือง คณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น 
 
และ 2. ในฐานะ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชุมชนเมือง’ ได้แก่ ผลงานออกแบบถนนสมบูรณ์เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ผลงานศึกษาและออกแบบรายละเอียดกายภาพถนนและภูมิทัศน์เมืองระยะที่ 1 เทศบาลนครภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต ผลงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 2561-2565 คณะทำงานโครงการปรับปรุงผังแม่บทสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (สวนหลวงภูเก็ต) และโครงการวางผังออกแบบปรังปรุงกายภาพสวนสาธารณะสะพานหิน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โครงการวางผังออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์ ‘วัดม่วงโกมารภัจน์’ บ้านบางเหรียง ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง โครงการปรับปรุงถนนสายเลียบหาดเฉวง แบบบูรณาการ (เพื่อรองรับการก่อสร้างระบบจำหน่ายไฟฟ้า 33 เป็นเคเบิ้ลใต้ดิน) อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โครงการออกแบบเส้นทางจักรยานริมพรุเฉวง เทศบาลเมืองเกาะสมุย และโครงการวิจัยรูปแบบและแนวทางการอนุรักษ์เรือนพักอาศัยพื้นถิ่นจังหวัดภูเก็ต
 
14
 
นิยามถึงผังเมืองที่ดีและยั่งยืนภายใต้วิกฤตการณ์ COVID-19
 
คิดว่าบทเรียนสำคัญของสถานการณ์ COVID-19 ได้ทำให้ผู้คนตระหนักถึงภาพของเมืองในอีก 20 ปี ข้างหน้า ผมมองว่าเมืองขนาดใหญ่จะถูกลดความสำคัญลง ชุมชนขนาดเล็กหรือเมืองเล็กในอำเภอต่างๆ จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้น การออกแบบหน่วยชุมชนย่อยๆ หลายๆ ชุมชนประกอบกัน และเชื่อมโยงกันน่าจะเป็นแนวคิดในยุคต่อไป เมืองใหญ่แบบศูนย์รวมคงต้องทบทวนตนเอง แนวคิดการกลับไปพัฒนาเมืองขนาดเล็ก หรือ Small Town Sustainability เป็นเรื่องที่คิดกันมาเกือบ 10 ปี แล้วในยุโรป เพราะเกิดจากการเห็นตัวชี้วัดในระดับหน่วยย่อยเรื่องความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น การพัฒนาเมืองเล็กๆ ในอดีตจึงเริ่มมีความสำคัญ ซึ่งเมืองไทยมีรูปแบบแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมมากเท่าที่ควร 
 
ผมมองว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ทำให้เห็นศักยภาพของหน่วยชุมชนย่อยเดิมแบบสังคมไทยที่มีโครงสร้างเดิม สิ่งนี้ช่วยให้เรารอดพ้นความเสี่ยงหรือได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมไม่รุนแรงมากนัก ในขณะที่ประเทศที่ออกแบบเมืองกระชับแบบศูนย์กลางเดียวส่งผลให้เกิดการกระจายไวรัสไปสู่คนได้รวดเร็วมาก การที่คนต่างจังหวัดกลับบ้านหลังจากที่เรากระจุกตัวในทุกสารทิศ การกลับบ้านต่างจังหวัดของคนไทยมันคือการมีอยู่มีกิน ทำให้เห็นว่าชุนชนย่อยๆ ที่กระจายอยู่ในประเทศไทย นั้นหากได้รับการออกแบบพัฒนาเราสามารถให้คนพึ่งพาตนเองได้ย่อมส่งผลดีในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์อะไรในอนาคตก็ตาม อีกข้อที่ผมมองเห็น คือ การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของในหลวง ร.9 มาต่อยอดองค์ความรู้ทางทฤษฎีด้านผังเมืองของไทย ภายใต้โครงสร้างชุมชนเมืองของไทย ในการออกแบบวางผัง และนำไปสู่วิธีปฏิบัติ จึงน่าจะเป็นแนวโน้มในอนาคตที่เราจะเป็นผู้นำของการวางผังเมืองอย่างยั่งยืนในแบบฉบับของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลกในอนาคต 
 
บทบาทการสนับสนุนท้องถิ่นของมหาวิทยาลัย “ด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง”
 
ผมผ่านการทำงานในฐานะ ‘สถาปนิกและนักออกแบบชุมชนเมือง’ มาใน 3 รูปแบบ ได้แก่ การทำงานในภาคบริษัทเอกชน ด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาที่ดิน ทำงานในหน่วยงานภาครัฐระดับเทศบาลนครฯ ในตำแหน่ง ‘สถาปนิกผู้ช่วย’ และทำงานสายอาจารย์มหาวิทยาลัย และบริษัทที่ปรึกษาฯ หรือผู้เชี่ยวชาญ จึงเห็นว่าวิชาชีพนักออกแบบเมือง มีความสำคัญในทุกจังหวัดและทุกพื้นที่ บทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คือ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ได้มีการวางแผนให้บริการวิชาการนอกเหนือพื้นที่รอบนอกเมือง เพราะการพัฒนาท้องถิ่นมีหลายมิติที่ต้องช่วยกัน การพัฒนาในชุมชนเมืองของประเทศไทยก็ยังมีปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมืองที่ถูกปล่อยให้เติบโตแบบไร้ทิศทาง หรือขาดการวางแผนในอนาคต ย่อมส่งผลต่อปัญหานานัปการ ในฐานะนักวิชาการจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยในการบริการวิชาการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการวางแผนและออกแบบเมือง เพื่อนำไปสู่ความน่าอยู่และยั่งยืนในอนาคต รวมถึงการมีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของในหลวงในการจัดการการออกแบบเมืองตามภูมิสังคม บนพื้นเพของสังคมและวัฒนธรรมแบบไทย ทั้งนี้ สาขาทีมคณาจารย์และนักศึกษาของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ได้มีโอกาสในการออกแบบและพัฒนาโครงการให้กับท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดในภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งประสบการณ์ในลักษณะนี้จะช่วยส่งเสริมวิชาชีพและความสำคัญของนักออกแบบผังเมืองและสถาปัตยกรรมได้อีกทางหนึ่ง
 
DSC05145
 
DSC05146

PKRU EXPERT : ผศ.อัครวัฒน์ สิงห์ชู นักประยุกต์สร้างบทเพลงพื้นถิ่นอันดามันในท่วงทำนอง “โมเดิร์น รองเง็ง”

 
0
 
 
ขนบทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นในรูปแบบ “ผลงานดนตรี” นอกจากจะถูกบอกเล่าผ่านหนังสือและบันทึกทางประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์แล้ว การสืบสานและต่อยอดผลงานให้ยังคงโลดแล่นอยู่บนเวทีการแสดงเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องสนับสนุนอีกทาง
 
 
 
 
ผศ.อัครวัฒน์ สิงห์ชู อาจารย์สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีสากล ได้ตระหนักถึงบทบาทของการนำหลักวิชาการสู่การพัฒนาท้องถิ่นโดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรม จึงได้ทำการศึกษาวิจัยการจัดแสดงดนตรีร่วมสมัยในชื่อ “การประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งกับการเรียบเรียงเสียงประสานในรูปแบบวงอังซังเบลอ” ซึ่งมีความน่าสนใจในการประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งกับการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงอังซังเบลอ (Ensemble) โดยได้ใช้แนวคิดการนำดนตรีรองเง็งที่เป็นดนตรีพื้นพื้นบ้านมาผสมผสานกับแนวคิดหลักทฤษฎีดนตรีตะวันตก เกิดเป็นงานศิลปะแนวใหม่ โดยได้รับความร่วมมือจากวงรองเง็งคณะสวนกวี จ.กระบี่ โดยได้นำทำนองเพลงรองเง็งมาเรียบเรียงเสียงประสานอย่างปราณีต ก่อเกิดเป็นผลงานร่วมสมัยที่สะท้อนสาระที่ปรากฏบนงานดนตรีแนวผสมผสานที่เปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นตามแนวทางของรองเง็งได้อย่างลงตัวและไพเราะฟังง่ายตามแนวทางดนตรีสากล คอลัมน์ PKRU EXPERT ขอพาไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการประพันธ์ดนตรีร่วมสมัย
 
 
 
รองเง็ง + อังซังเบลอ (Ensemble)
 
เมื่อพูดถึงรองเง็ง ผู้คนมักจะจดจำท่วงท่าร่ายรำของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในชุดอาภรณ์สีสันฉูดฉาด แต่ในฐานะของผู้เรียบเรียงดนตรี จังหวะ (Rhythm) ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ผู้ฟังจดจำท่วงทำนองได้อย่างติดหู ซึ่งปัญหาของรองเง็งคือพ่อเพลงแม่เพลงสูงอายุ ขาดผู้สืบสาน และขาดโอกาสในการต่อยอดทางดนตรี สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้มีการศึกษาวิจัยร่วมกับวงรองเง็งคณะสวนกวี ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการวิจัยคือ 1.เพื่อศึกษาบทเพลงรองเง็งของคณะสวนกวีจังหวัดกระบี่ 2.เพื่อวิเคราะห์แนวคิดในการประยุกต์สร้างบทเพลงรองเง็งในรูปแบบวงอังซังเบลอ ในการกระบวนการประยุกต์สร้างได้นำเครื่องดนตรีสากลและดนตรีพื้นบ้านของวงรองเง็งมาผสมวงในรูปแบบวงอังซังเบลอ (Ensemble) โดยใช้แนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสาน ตามหลักทฤษฎีดนตรีสากล ได้ใช้เครื่องดนตรีที่ทั้งหมด 9 ชิ้น ประกอบไปด้วย 1.เปียโน 2.เบส 3.ไวโอลิน 4.กลองรำมะนา 5.อัลโตแซ็กโซโฟน 6.เทเนอร์แซ็กโซโฟน 7.บาริโทนแซ็กโซโฟน
 
 
 
พลิกฟื้นดนตรีพื้นบ้านสู่เวทีดนตรีสากล
 
โจทย์ในการศึกษาวิจัยดนตรีร่วมสมัยในครั้งนี้คือเน้นการอนุรักษ์ และพัฒนาให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึงดนตรีพื้นบ้านและสากลได้ง่ายขึ้น ตลอดจนการนำไปต่อยอดในชุมชนได้และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนักดนตรีในชุมชน เพราะว่ารองแง็งจะเป็นดนตรีพื้นบ้านที่เล่นในกลุ่มของชุมชนไม่กี่คน หากสามารถประยุกต์สร้างให้เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่จะสามารถต่อยอดและนำไปใช้ในการแสดงดนตรีบนเวทีต่างๆ สร้าง เป็นสีสันและเป็นดนตรีทางเลือกให้กับผู้ฟังหรือสถานบันเทิงรวมถึง ชาวบ้านชุมชนชาติพันธุ์ชาวเลให้กลับมาสืบสานศิลปวัฒนธรรมในถิ่นฐานของตน รวมถึงนักดนตรีสากลรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาดนตรีศึกษา มีแนวดนตรีทางเลือกในการประพันธ์เนื่องจากสามารถใช้เครื่องดนตรีสากล อีกทั้งสามารถสร้างสรรค์ร่วมกับแนวเพลงยอดนิยมอย่าง Pop หรือ Jazz ได้
 
 
 
ผลลัพธ์จากการผสมผสานแนวทางดนตรี 
 
ความจริงแล้วท่วงทำนองดนตรีของบทเพลงรองเง็งเมื่อได้มาวิเคราะห์จะมีความเป็นดนตรีสากลผสมกับความความเป็นดนตรีพื้นบ้าน เนื่องจากได้รับอิทธิพลมาจากการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมสืบต่อกัน การที่จะนำดนตรีในสองวัฒนธรรมมาประยุกต์รวมกันต้องใช้ทักษะและความเข้าใจในการร้อยเรียงท่วงทำนองและจังหวะเพื่อให้ดนตรีมีความสมดุลและลงตัว เช่น การนำไวโอลินซึ่งเป็นเครื่องดนตรีตะวันตกอยู่แล้วบวกเข้ากับดนตรีพื้นบ้านคือกลองรำมะนาที่มีเสียงและจังหวะที่เอกลักษณ์เฉพาะตัว และเครื่องดนตรีสากลชนิดอื่นๆ จนกลายเป็นดนตรีที่มีการผสมผสานกันระหว่างสองวัฒนธรรมคือดนตรีตะวันตกกับตะวันออก ทำให้เรียนรู้ได้ว่าดนตรีเป็นภาษาสากลที่ทุกเชื้อชาติสามารถที่เข้าใจได้และเสพดนตรีได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้ผลงานดนตรีรองเง็งในรูปแบบวงอังซังเบลอได้มีการบันทึกผลงานในรูปแบบคลิปวีดีโอและผลงานดนตรีในรูปแบบ CD และไฟล์เพลง ซึ่งชุมชนชาวไทยใหม่หรือชาวมุสลิมในอันดามัน สามารถนำบทเพลงในรูปแบบผสมผสานนำไปใช้จัดแสดงเพื่อเป็นการเปิดตัวโมเดิร์นรองเง็ง ต่อยอดสู่การสร้างรายได้แก่ชุมชน รวมถึงต่อลมหายใจให้กับศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของท้องถิ่น จากงานวิจัยชิ้นนี้ได้นำมาบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอนในสาขาวิชาดนตรีศึกษา ในรายวิชาต่างๆ ได้หลายวิชา เช่น วิชาดนตรีท้องถิ่น วิชาหลักการเรียบเรียงเสียงประสาน วิชาทฤษฎีดนตรีไทยและสากล วิชาหลักการรวมวง เป็นต้น และนักศึกษาสามารถนำความรู้จากแนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสานหรือการประยุกต์ร่วมกับแนวดนตรีในท้องถิ่นของตนเองได้อีกด้วย ผศ.อัครวัฒน์ อธิบายถึงที่มาที่ไปและความน่าสนใจของผลงาน
 
 
ม.ราชภัฏภูเก็ต นับเป็นแหล่งภูมิปัญญาของท้องถิ่นอันดามันในด้านศิลปวัฒนธรรมหลากหลายแขนง รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์ อนุรักษ์ และต่อยอดให้ศาสตร์และศิลป์ของอันดามันมีความน่าสนใจและสามารถยืนหยัดในโลกสมัยใหม่ได้ด้วยการใช้ความสามารถของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ร่วมมือกับเจ้าของผลงานดั้งเดิมในท้องถิ่น จนเกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ดังเช่น บทเพลงรองเง็งร่วมสมัย ที่ทั้งทรงคุณค่าและสามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างเกิดประโยชน์ทั้งในวงการวิชาการเพื่อการศึกษาและการจัดแสดงเป็นอาชีพเพื่อสร้างงานให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งการดำเนินงานดังที่กล่าวมาเป็นภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ได้มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง
 
เรื่องและภาพ : งานประชาสัมพันธ์ ม.ราชภัฏภูเก็ต (PRPKRU)
 
 
 
เพลง เจะหม้าหมาด 
 
 
เพลง บูหรงบูเตะ
 
 
เพลง เลฮังกังกง
 
 
เพลง ซำมะริซำ
 

PKRU EXPERT : อาจารย์พรพักตรา ไชยเศรษฐ พิธีกรและนักพัฒนาบุคลิกภาพด้านการพูด

1
 
(PRPKRU) หากความลื่นไหลของการดำเนินรายการ ถ้อยคำที่เหมาะสมในจังหวะที่ถูกต้อง กระทั่งการควบคุมอารมณ์และกระตุ้นความรู้สึกร่วมของผู้เข้าร่วมงาน แม้แต่การแก้ไขปัญหาหรือสถานการณ์อย่าง “เอาอยู่” เป็นภาพที่ชินตาและคุ้นเคยของผู้ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกิจกรรม-พิธีการ ของ ม.ราชภัฏภูเก็ต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหน้าบนเวทีในฐานะของ “พิธีกร” คือ อาจารย์พรพักตรา ไชยเศรษฐ (อาจารย์น้อง) จากสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ ม.ราชภัฏภูเก็ต 
 
หลายคนได้คุ้นเคยกับบทบาทเบื้องหน้า (ไมค์) ของครูน้อง แต่เรื่องราวเบื้องหลังและความหลงใหลในบทบาทพิธีกรของอาจารย์จากคณะครุศาสตร์ คือสิ่งที่ทีมงาน PRPKRU ขอนำเสนอกับผู้อ่านผ่านบทความ PKRU EXPERT ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดและการดำเนินรายการที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง รวมถึงมีโอกาสให้บริการวิชาการในบทบาทของวิทยากรด้านการพูดและพัฒนาบุคลิกภาพให้กับหน่วยงานราชการใน จ.ภูเก็ต รวมถึงยังส่งต่อความสามารถไปยังนักศึกษาก้าวสู่การเป็นพิธีกรรุ่นใหม่ 
 
2
 
เทคนิคการสื่อสาร+ภาษา+บุคลิกภาพ = พิธีกร
 
อาจารย์น้อง เล่าถึงเรื่องราวที่ได้สร้างเทคนิคดังกล่าวว่า น้องจบปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ เอกภาษาไทย จากวิทยาลัยครูสุนันทา กรุงเทพมหานคร และจบปริญญาโท วาทวิทยาและสื่อสารการแสดง จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งสองศาสตร์นั้นได้หล่อหลอมให้อาจารย์น้องสามารถบูรณาการใช้องค์ความรู้ทั้งด้านภาษาไทยและด้านการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพเป็นภาพลักษณ์ที่ทุกคนได้จดจำอาจารย์น้องอยู่เสมอ เพราะว่าองค์ความรู้ทางด้านภาษาไทยจะช่วยทำให้เรามีความเชื่อมั่นในการเลือกใช้คำ เลือกใช้ประโยคประกอบกับองค์ความรู้ทางวาทวิทยาที่มุ่งมั่นสอนให้ผู้ใช้สื่อสารผ่านตัวบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ในตัวเราในการทำหน้าที่เป็นสื่อนั้น ต้องให้ความสำคัญและบูรณาการศาสตร์ทั้งสอง ทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ดี มีความเชื่อมั่นในการใช้ภาษาและจะสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ สามารถถ่ายทอดสาร ออกไปยังผู้ฟังได้อย่างดี
 
ต้องขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยที่มอบโอกาสให้ทำหน้าพิธีกร และแสดงความสามารถในด้านที่สนใจและถนัด เพราะว่างานพิธีกรต้องขอบอกว่าไม่มีอะไรตายตัว ถึงแม้จะมีประสบการณ์ที่ดี แต่สถานการณ์แต่ละงานหน้างานก็เป็นอีกเรื่องที่จะต้องแก้ไขปัญหา ซึ่งงานต่างๆ ที่อาจารย์น้องได้รับมาก็เป็นทั้งงานพิธีการ กึ่งพิธีการและก็งานบันเทิงสร้างสีสัน ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย หากถามถึงหลักการในการทำงานของน้องในส่วนงานพิธีกรและงานการพูดนั้น อย่างแรกจะต้องมีความรัก ความชอบ อย่าเห็นเป็นแค่หน้าที่ จะต้องมีความรักเป็นตัวนำทาง ต้องเชื่อมั่นในความสามารถในตัวเราและเชื่อมั่นในทีมงาน จากนั้นต้องมีการเตรียมตัว เตรียมความพร้อม ถามรายละเอียดของงานแต่ละงานจากผู้จัดว่าต้องการแบบไหน อย่างไร มีความยากง่ายซับซ้อนประการใด จากนั้น เขียนสคริปต์ด้วยตัวเองและซักซ้อม ทุกวันนี้อาจารย์น้องยังต้องซ้อมในส่วนของกำหนดการ เพราะว่าการซ้อมสำคัญมาก จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นในแต่ละงานต้องถามผู้จัดด้วยว่าเขารู้สึกอย่างไรพอใจไหมหรืออยากให้ปรับปรุงแก้ไขตรงไหน อย่างไร จะต้องมีความยืดหยุ่นอยู่เสมอและที่สำคัญสำหรับผู้ที่อยากเป็นพิธีกรหรือผู้ที่ใช้ทักษะในการพูดการสื่อสารก็คือจะต้องเรียนรู้ตัวเองอยู่เสมอ “สิ่งละอันพันละน้อย“ ที่จะประกอบการพูด คือ เรื่องข่าวสารสิ่งต่างๆ ที่จะเปิดโลกเปิดสมองของเรา เราจะต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เมื่อก่อนเราต้องอ่านหนังสือแต่ตอนนี้สื่อต่างๆ ที่เราจะค้นคว้าหาข้อมูลมันอยู่ในมือเรา ดั้งนั้นเราจะต้องหูตากว้างไกลอยู่เสมอและต้องเป็นคนมีทักษะในการใช้ภาษาถูกต้องชัดเจน ต้องรู้จักภาษาที่โน้มน้าวอารมณ์ผู้ฟัง 
 
4
 
5
 
แปลงบทบาทหน้าที่ให้เป็น Passion 
 
อาจารย์น้องมักจะบอกนักศึกษาที่เรียนวิชาการพูดหรือศิลปะการใช้เสียงของอาจารย์น้องว่า ทุกคนจะต้องฝึกฝนอย่างหนัก การพูดไม่ได้หมายความว่าเราจะพูดขึ้นมาได้เลยโดยที่ไม่ได้มีพื้นฐานสำคัญ ถ้าพื้นฐานเราแน่น ดี บวกกับมีความกล้า ความเชื่อมั่นในตนเองกับบุคลิกภาพที่ดีแล้ว จะทำให้งานแต่ละงานประสบความสำเร็จ และที่สำคัญที่สุดอาจารย์น้องคิดว่าคนที่พูดได้ พูดเก่งมีมากมาย โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่มีความกล้า แต่อยากบอกกับทุกคนว่าการพูดมีจุดเริ่มต้นมาจากสมองของเรา ดังนั้น การคิดอ่านอย่างไรให้เห็นภาพอย่างละเอียด ประณีต จะช่วยทำให้การนำเสนอสารออกมาอย่างละเอียดลึกซึ้งกว่าคนอื่นเสมอ และจุดสำคัญที่สุดอาจารย์น้องจะถือว่า การพูดและการเป็นพิธีกรไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่ต้องใช้คำว่าทำด้วยหัวใจหรือสิ่งที่หลายคนให้นิยามว่า “Passion” คือความปรารถนาอันลึกซึ้ง ความลุ่มหลงกับความรู้สึกว่าเอาใจมาทั้งใจในการทำงานทุกอย่าง นี่คือสิ่งที่ทำให้มีความสุขเสมอ เวลายืนบนเวที เวลาที่พูดต่อหน้ากล้องหรือผู้ชม ต้องเปรียบเสมือนบุคคลที่เรารัก เราอยากจะถ่ายทอดสิ่งดีงามทุกอย่างให้มีชีวิตและจิตใจ นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จและเคล็ดลับเสน่ห์ของอาจารย์น้อง
 
6
  
7
 
หลักสูตรพิธีกรและการพูดตามแบบฉบับอาจารย์น้อง
 
ในส่วนของงานสอนงานพัฒนานักศึกษา ทุกวันนี้อาจารย์น้องได้นำไปผนวกในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น วิชาหลักการพูดหรือรายวิชาศิลปะการใช้เสียง ซึ่งได้มีการถ่ายทอดในส่วนของหลักการกับนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นฐานทางด้านการใช้เสียง การใช้ภาษา หลักเกณฑ์ องค์ประกอบของการพูด รวมไปถึงที่สำคัญที่สุด คือ การให้โอกาสนักศึกษาในกิจกรรมการพูด ทุกคนจะได้รับแบบฝึกหัดและบทเรียนทั้งในชั้นเรียนรวมไปถึงกิจกรรมต่างๆของสาขา อาจารย์น้องพยายามที่จะเฟ้นหานักศึกษาที่มีแวว มีความชอบและสามารถฝึกฝนตนเอง ให้เขาได้เรียนรู้ว่าการทำหน้าที่พิธีกรหรือว่าการใช้การพูดในสถานการณ์ต่างๆ นั้น ต้องมีหลักในการปฏิบัติอย่างไร จะบอกเขาทั้งหมดรวมไปถึงการดุด้วย เพราะในบางครั้งการเป็นมือใหม่ประสบการณ์ชั่วโมงบินน้อยอาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ หลังเสร็จงานอาจารย์น้องก็จะบอกเขาว่าตรงนี้ยังไม่ถูกต้องนะ ประโยคตรงนั้นยังไม่ดี ภาษาตรงนี้ยังไม่ชัด การใช้คำต่างๆ ที่เราต้องระมัดระวังนั้นเป็นเช่นไร โดยเฉพาะเรื่องคำราชาศัพท์ คำเฉพาะวงการ ก็จะต้องชี้แนะว่าข้อมูลที่ถูกต้องเป็นอย่างไร รวมไปถึงเรื่องบุคลิกภาพด้วย ดังนั้นบุคลิกภาพที่มีความเป็นมิตร เชื่อมั่นในตนเองและการให้เกียรติผู้ชม ผู้ฟัง นั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เวลาอาจารย์น้องเลือกพิธีกรจะไม่เลือกที่หน้าตา แต่จะดูที่ความสามารถ ความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะสามารถพัฒนาตนเอง ปรับปรุงแก้ไขตนเองได้หรือไม่ เรียนรู้ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อาจารย์น้องปลูกฝังกับนักศึกษาที่ได้เรียนกับอาจารย์ท่านอื่นหรือใครก็ตามที่มีโอกาสได้ร่วมงานสามารถที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปได้ 
 
Keyword จากการสนทนากับอาจารย์น้อง ที่มักจะเอ่ยอธิบายความกับทีมงานอยู่หลายครั้ง คือ การพูด และบุคลิกภาพ ซึ่งสองปัจจัยนี้ หากใครใช้ได้ดี ใช้ได้เหมาะ และมีพลังในการโน้มน้าวหรือสื่อสารอธิบายความ หากผู้ใดพัฒนาตนเองในด้านการพูด+บุคลิกภาพอยู่เสมอ ความสำเร็จและโอกาสย่อมเกิดขึ้น เพราะเรามักโฟกัสถึงประเด็นของพลังในการสื่อสารในปัจจุบัน ทั้งการสื่อสารต่อหน้า หรือสื่อสารผ่านคีย์บอร์ดหรือตัวหนังสือทางสื่อออนไลน์ แต่เรามักจะละเลยคุณภาพของการใช้ภาษาและการแสดงออกทางภาษากายที่ถูกต้อง อ.พรพักตรา คือต้นแบบที่ใช้ภาษา+บุคลิกภาพ เป็นจุดตั้งต้นในการแสดงความสามารถผ่านเวทีต่างๆ ในนาม ม.ราชภัฏภูเก็ต จนเป็นที่ประจักษ์ และเป็นต้นแบบให้นักศึกษาเดินรอยตาม 
 
8
 
9
10
 

PKRU EXPERTS: Asst. Prof. Dr. Khan Payungphan, the artist behind Identity of Phuket wall art at Intercontinental Phuket Resort

1
 
1 1
 
PKRU EXPERTS would like to present a talented artist, Asst. Prof. Dr. Khan Payungphan, a lecturer in Visual Art Program, Faculty of Social Science and Humanity at Phuket Rajabhat University, who created a unique wall art in the passage-tunnel in Intercontinental Phuket Resort on Kamala beach.  It is well-known that the role of the university is not only to serve knowledge and academic services for government organizations, local people and communities, but also to coordinate with the private sector. It is a good opportunity to show abilities of the university staff and students to the public, especially aesthetic creations inspired by local art and culture, which the university has been paying attention to and supporting at its best.
 
2
 
3
 
The coordination between the Intercontinental Phuket Resort and Visual Art Program began with a discussion between the executives of Phuket Province and the resort to choose Asst. Prof. Dr. Khan Payungphan, who has exceptional academic works and experiences in local inspired visual art design to create wall art in the public zone of the resort, which is opened for locals and tourists to visit.
 
4 1
 
4 2
 
Asst. Prof. Dr. Khan told us about his work: “The resort wanted a wall painting that represented the identity of Phuket with the content that was easy to understand. Therefore, I decided to create a realistic art work with compositions that drew the audience to different feelings and fun. This work is a collage art presenting Phuket local cuisine, local way of life, art and culture, architecture, tourist attractions, and landscape of the island. There is no border between each content to allow the audience to see the whole story of the island. The colourful acrylic paint, with not too much contrast, is easy on the eyes so the audience could pay attention to the work for longer. This matches with the intention of the hotel executives in creating art work for aesthetics. It can say that the colourful shades and the content, presented through the pictures of people, objects, and places in this work, can easily draw attention of the audience without having to stop and focus at it, as well as giving value to this place, since it could send a message to the audience via this painting. Moreover, this place is the Check-In point for people who love photo taking. While working on this painting, I gave opportunities to my visual art students to help with the work by drawing and colouring it. It took 3 months to finish this 2.5 m. high and 120 m. long wall art. Knowledge, problems, conditions, and working steps of this work were part of the Visual Art Management for Tourism course that give students opportunities to work for the local community.” 
 
4
 
5
 
Ajarn Khan also mentioned about supporting art graduates, to meet the needs of the local workforce market, that artistic working in real locations would enhance students’ skills in coordination, analysing the needs of employers, estimating budget, duration, and figuring out solutions to arising limitations. So far, there are many students who get paid by creating wall paintings and street art for restaurants and hotels on the island. Additionally, our program focuses on supporting students to create their work with local identity. It is the application of knowledge to real-life careers in different levels. Community, business, or aesthetic levels define different reliance and aesthetic levels of the art works, as well as their prices and values; so the students need to learn and practice in real situations.     
 
The expertise of Ajarn Khan is passed to his students, from classroom to galleries and real locations. It is the Social Lab Learning that the university has been encouraging the lecturers to put in their lessons. Apart from helping in local development which is one of the missions of the university, this allows the students to apply what they leant and experience work in their future career paths, that will definitely prepare them for real working life. 
 
Any entrepreneurs or organizations who want visual art works e.g. paintings, sculptured, landscape art, or applied art; can contact the Visual Art Program, Faculty of Social Science and Humanity at Phuket Rajabhat University via Facebook.com/SilpakarmrachphatPhuket. 
   
 
6
 
7
 
8
 
9
 
10
 
11
 
12
 
13
 
14 1
 
15
 
16
 
17
 
 
Top