เมนู

PKRU EXPERT : ผศ.ศิวพงศ์ ทองเจือ นักออกแบบผังเมืองและสถาปนิกชุมชน

  • ต.ค. 22, 2563
  • 2198
siwaphong 1 1
 
siwaphong 1 2
 
(PRPKRU) คำว่า “เมือง” จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยองค์ประกอบมากมายมาปะติดปะต่อจากรายละเอียดเล็กน้อยสู่ภาพกว้างที่สามารถเป็นที่พำนักอาศัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ทว่าเมืองจะสวยงาม น่าอยู่ หรือตอบโจทย์วิถีชีวิตได้จะต้องมีการวางแผนกำหนดเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับต่างๆ ตามแต่ความต้องการเชิงพื้นที่ 
 
และบทบาทของ “นักวิชาการผังเมืองและสถาปนิกชุมชน” จึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาดังกล่าว ทีมงาน PRPKRU ขอแนะนำให้ผู้อ่านทำความรู้จักตัวตน ผลงาน และมุมมองของ ผศ.ศิวพงศ์ ทองเจือ อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ม.ราชภัฏภูเก็ต ซึ่งมีผลงานการออกแบบและพัฒนา “เมืองและชุมชน” ในบริบทที่หลากหลาย แต่มีเป้าหมายสำคัญหนึ่งเดียวคือสามารถส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับคนในพื้นที่นั้นๆ ใช้สอยประโยชน์ได้ทั้งทางตรง (วิถีชีวิต) และทางอ้อม (เศรษฐกิจ+ท่องเที่ยว) แถมท้ายด้วยมุมมองที่น่าสนใจในประเด็นการปรับโครงสร้างหรือการพัฒนาเมืองในยุค COVID-19 ลองไล่เรียงข้อมูลจากบทสัมภาษณ์เบื้องล่าง เชื่อว่าผู้อ่านจะได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับผังเมือง
 
3
 
บนเส้นทางของ “นักวิชาการผังเมือง”
 
ตั้งแต่เล็กจำความได้ว่า ชอบเรื่องการออกแบบเมือง พ่อกับแม่เคยซื้อโมเดลบ้านและรถไฟมาให้ เราเคยอ่านหนังสือที่มีบ้านและเมือง ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมสวยงาม จึงจำภาพเหล่านั้นมาประกอบกับการสร้างโมเดลเมืองเป็นความทรงจำวัยเยาว์ สร้างแรงบันดาลใจในการเข้าสู่การเรียนด้านสถาปัตยกรรม ต่อเนื่องเป็นการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการออกแบบชุมชนเมือง ด้วยมุ่งหวังว่าอยากจะกลับมาออกแบบเมืองภูเก็ตให้เป็นเมืองน่าอยู่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี หลังจากจบการศึกษาจึงทำงานในบริษัทเอกชน ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาที่ดินในจังหวัดภูเก็ตอยู่ 2 ปี เนื่องด้วยได้ใช้ความรู้ด้านการวางแผนและออกแบบเมือง ผนวกกับความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม นับเป็นการทำงานในบริษัทซึ่งเป็นตำแหน่ง ‘นักวิชาการผังเมือง’ คนเดียวที่ทำงานในบริษัทด้านสิ่งแวดล้อม กับบริษัทนายหน้าขายที่ดินหรือพัฒนาที่ดิน ช่วงนั้นสภาสถาปนิก เปิดสอบใบประกอบวิชาชีพ ‘สาขาสถาปัตยกรรมผังเมือง’ เป็นปีแรก และสอบผ่านได้รับใบอนุญาตฯ 
 
จากนั้นจึงลองสอบรับราชการ ตำแหน่ง ‘สถาปนิกผู้ช่วย’ ในเทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งอยู่ในสำนักการช่าง ฝ่ายผังเมือง จึงได้มีโอกาสประเดิมความรู้วางผังออกแบบพื้นที่สวนสาธารณะ ระดับเมืองริมน้ำของภูเก็ต จัดทำเป็นรายงานให้สำนักฝ่ายแผนของเทศบาลนครภูเก็ต นำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งต่อมาอยากที่จะทำงานตามกรอบวิชาชีพการออกแบบชุมชนเมืองตามสิ่งที่ได้เรียนมา ได้ใช้ความรู้ความสามารถเต็มที่ จึงผันตนเองมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนถึงปัจจุบัน พร้อมกับการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมผังเมือง ควบคู่กับการทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัทที่ปรึกษาฯ และเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระดับจังหวัด ตาม พรบ.วิชาชีพสถาปัตยกรรมผังเมืองที่เกี่ยวข้อง ทั้งในจังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ต
 
10
 
11
 
มุมมองที่มีต่อ “ผังเมืองภูเก็ต”  
 
มองย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ผมเพิ่งเรียนจบด้านสาขาการออกแบบชุมชนเมือง จากการที่ได้เติบโตในเมืองภูเก็ต จึงมองเห็นภาพการขยายตัวของเมืองภูเก็ตที่รวดเร็วมาก สมัยก่อนเรามักคิดว่าการพัฒนาเป็นเรื่องของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ธรรมชาติ ไปเป็นพื้นที่กึ่งเมือง และกลายไปเป็นเมืองเป็นเรื่องปกติของโลก แต่หลังจากเรียนจบด้านสถาปัตยกรรม จึงเห็นว่าเมืองเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดยรัฐ การเปลี่ยนแปลงในทุกพื้นที่ถูกกำหนดให้เป็นไปตามนโยบายในแต่ละยุคสมัยของรัฐบาล ซึ่งเราเรียกกันว่า ‘การพัฒนาสู่ความเจริญ’ ซึ่งมักตกหล่นการตระหนักถึงประเด็น ‘ความยั่งยืนหรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อคุณภาพชีวิต’ ของประชาชน
 
ภูเก็ตนนั้นเติบโตหลังจากยุคเมืองแร่ มาสู่ยุคการท่องเที่ยว ต่อเนื่องสู่การเป็นเมืองอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ได้คิดที่จะให้การพัฒนาการท่องเที่ยวควบคู่กับการออกแบบเมืองตั้งแต่แรก องค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวถูกพัฒนาเป็นรูปร่างในประเทศไทยเพราะจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ที่ส่งผ่านมาจากพัทยา แต่ศาสตร์ด้านการออกแบบเมืองหรือผังเมืองในต่างจังหวัดมีน้อยถึงน้อยมาก หรือแทบไม่มีใครรู้จัก แม้จะมีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่มีบทบาท แต่ประเด็นของผังเมืองเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ทำแทบไม่มีผลต่อการควบคุมกายภาพเมืองให้มีสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่ รวมถึงก่อให้เกิดการแผ่ขยายเมืองไปอย่างไร้ขอบเขตและทุกทิศทาง จึงเป็นความท้าทายของนักผังเมืองที่มีหน้าที่และบทบาทในการนำเสนอแนวคิดสู่ท้องถิ่น 
 
12
 
13
 
ผลงานของ “ผศ.ศิวพงศ์ ทองเจือ”
 
ผลงานแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.การเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมืองในระดับจังหวัด คือ คณะกรรมการขับเคลื่อนสู่ Phuket Smart City คณะทำงานแกนนำเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัดภูเก็ต (สอจร. ภูเก็ต) ขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตสู่ถนนปลอดภัย คณะทำงานแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง คณะกรรมการขับเคลื่อนวาระจังหวัด นโยบายลดการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดภูเก็ต ให้ต่ำกว่า 50 รายในปี 2563 (2020) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมือง คณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ส่วนจังหวัดพังงา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมือง คณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดพังงา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมือง คณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น 
 
และ 2. ในฐานะ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชุมชนเมือง’ ได้แก่ ผลงานออกแบบถนนสมบูรณ์เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ผลงานศึกษาและออกแบบรายละเอียดกายภาพถนนและภูมิทัศน์เมืองระยะที่ 1 เทศบาลนครภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต ผลงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 2561-2565 คณะทำงานโครงการปรับปรุงผังแม่บทสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (สวนหลวงภูเก็ต) และโครงการวางผังออกแบบปรังปรุงกายภาพสวนสาธารณะสะพานหิน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โครงการวางผังออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์ ‘วัดม่วงโกมารภัจน์’ บ้านบางเหรียง ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง โครงการปรับปรุงถนนสายเลียบหาดเฉวง แบบบูรณาการ (เพื่อรองรับการก่อสร้างระบบจำหน่ายไฟฟ้า 33 เป็นเคเบิ้ลใต้ดิน) อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โครงการออกแบบเส้นทางจักรยานริมพรุเฉวง เทศบาลเมืองเกาะสมุย และโครงการวิจัยรูปแบบและแนวทางการอนุรักษ์เรือนพักอาศัยพื้นถิ่นจังหวัดภูเก็ต
 
14
 
นิยามถึงผังเมืองที่ดีและยั่งยืนภายใต้วิกฤตการณ์ COVID-19
 
คิดว่าบทเรียนสำคัญของสถานการณ์ COVID-19 ได้ทำให้ผู้คนตระหนักถึงภาพของเมืองในอีก 20 ปี ข้างหน้า ผมมองว่าเมืองขนาดใหญ่จะถูกลดความสำคัญลง ชุมชนขนาดเล็กหรือเมืองเล็กในอำเภอต่างๆ จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้น การออกแบบหน่วยชุมชนย่อยๆ หลายๆ ชุมชนประกอบกัน และเชื่อมโยงกันน่าจะเป็นแนวคิดในยุคต่อไป เมืองใหญ่แบบศูนย์รวมคงต้องทบทวนตนเอง แนวคิดการกลับไปพัฒนาเมืองขนาดเล็ก หรือ Small Town Sustainability เป็นเรื่องที่คิดกันมาเกือบ 10 ปี แล้วในยุโรป เพราะเกิดจากการเห็นตัวชี้วัดในระดับหน่วยย่อยเรื่องความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น การพัฒนาเมืองเล็กๆ ในอดีตจึงเริ่มมีความสำคัญ ซึ่งเมืองไทยมีรูปแบบแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมมากเท่าที่ควร 
 
ผมมองว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ทำให้เห็นศักยภาพของหน่วยชุมชนย่อยเดิมแบบสังคมไทยที่มีโครงสร้างเดิม สิ่งนี้ช่วยให้เรารอดพ้นความเสี่ยงหรือได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมไม่รุนแรงมากนัก ในขณะที่ประเทศที่ออกแบบเมืองกระชับแบบศูนย์กลางเดียวส่งผลให้เกิดการกระจายไวรัสไปสู่คนได้รวดเร็วมาก การที่คนต่างจังหวัดกลับบ้านหลังจากที่เรากระจุกตัวในทุกสารทิศ การกลับบ้านต่างจังหวัดของคนไทยมันคือการมีอยู่มีกิน ทำให้เห็นว่าชุนชนย่อยๆ ที่กระจายอยู่ในประเทศไทย นั้นหากได้รับการออกแบบพัฒนาเราสามารถให้คนพึ่งพาตนเองได้ย่อมส่งผลดีในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์อะไรในอนาคตก็ตาม อีกข้อที่ผมมองเห็น คือ การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของในหลวง ร.9 มาต่อยอดองค์ความรู้ทางทฤษฎีด้านผังเมืองของไทย ภายใต้โครงสร้างชุมชนเมืองของไทย ในการออกแบบวางผัง และนำไปสู่วิธีปฏิบัติ จึงน่าจะเป็นแนวโน้มในอนาคตที่เราจะเป็นผู้นำของการวางผังเมืองอย่างยั่งยืนในแบบฉบับของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลกในอนาคต 
 
บทบาทการสนับสนุนท้องถิ่นของมหาวิทยาลัย “ด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง”
 
ผมผ่านการทำงานในฐานะ ‘สถาปนิกและนักออกแบบชุมชนเมือง’ มาใน 3 รูปแบบ ได้แก่ การทำงานในภาคบริษัทเอกชน ด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาที่ดิน ทำงานในหน่วยงานภาครัฐระดับเทศบาลนครฯ ในตำแหน่ง ‘สถาปนิกผู้ช่วย’ และทำงานสายอาจารย์มหาวิทยาลัย และบริษัทที่ปรึกษาฯ หรือผู้เชี่ยวชาญ จึงเห็นว่าวิชาชีพนักออกแบบเมือง มีความสำคัญในทุกจังหวัดและทุกพื้นที่ บทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คือ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ได้มีการวางแผนให้บริการวิชาการนอกเหนือพื้นที่รอบนอกเมือง เพราะการพัฒนาท้องถิ่นมีหลายมิติที่ต้องช่วยกัน การพัฒนาในชุมชนเมืองของประเทศไทยก็ยังมีปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมืองที่ถูกปล่อยให้เติบโตแบบไร้ทิศทาง หรือขาดการวางแผนในอนาคต ย่อมส่งผลต่อปัญหานานัปการ ในฐานะนักวิชาการจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยในการบริการวิชาการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการวางแผนและออกแบบเมือง เพื่อนำไปสู่ความน่าอยู่และยั่งยืนในอนาคต รวมถึงการมีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของในหลวงในการจัดการการออกแบบเมืองตามภูมิสังคม บนพื้นเพของสังคมและวัฒนธรรมแบบไทย ทั้งนี้ สาขาทีมคณาจารย์และนักศึกษาของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ได้มีโอกาสในการออกแบบและพัฒนาโครงการให้กับท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดในภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งประสบการณ์ในลักษณะนี้จะช่วยส่งเสริมวิชาชีพและความสำคัญของนักออกแบบผังเมืองและสถาปัตยกรรมได้อีกทางหนึ่ง
 
DSC05145
 
DSC05146
Top